อวิ๋นเฉินกับอาหารเดลิเวอรี่มาถึงบ้านไล่เลี่ยกัน
เธอหิ้วถุงอาหารที่ยังร้อนฉ่าก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น กลิ่นอายคุ้นเคยของบ้านพุ่งเข้าปะทะ ทำให้เกิดความรู้สึกราวกับจากกันไปนานแสนนาน
เกมครั้งนี้กินเวลานานถึง 6 วันเต็ม
นับเป็นครั้งที่เธอ “เดินทางไปทำงาน” นานที่สุดตั้งแต่เข้าวงการมา
“ในที่สุดก็กลับมาแล้ว!” ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา แบล็กก็พูดอย่างตื่นเต้น “ฉันนึกว่าเธอตายในเกมไปแล้วซะอีก!”
ปกติอวิ๋นเฉินเข้าเกมครั้งหนึ่งก็ราวครึ่งวัน อย่างมากก็สามวัน คราวนี้ใช้เวลานานจริง ๆ จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้
“ถุย ๆ ๆ! พี่หุบปากไปเลย ปากหมาอย่างพี่พูดอะไรดี ๆ ไม่เป็นหรือไง!”
ไวต์โต้กลับทันควัน น้ำเสียงหวานหยดย้อย “พี่สาวคนสวยเก่งขนาดนี้ จะเกิดเรื่องได้ยังไง? ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ พี่สาว”
อวิ๋นเฉินเดินไปข้างโซฟา วางอาหารลงบนโต๊ะชา “ยังไงเสี่ยวไป๋ก็พูดจาหวานหูที่สุด”
เธอรู้ว่าแบล็กไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่คำพูดนั้นฟังไม่ค่อยเข้าหูจริง ๆ
แน่นอนว่าพอถูกน้องสาวสวนกลับ แบล็กก็หงอยลงทันที เขาพึมพำเสียงเบา “ชิ แค่ประจบเก่งแล้วมันน่าภูมิใจนักหรือไง...”
ไวต์ไม่สนใจเขา สายตากวาดมองอวิ๋นเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างหายไป “เอ๊ะ? พี่สาว แล้วสัตว์เลี้ยงวิญญาณตัวน้อยของพี่ล่ะ? ทำไมไม่เห็นมันเลย?”
อวิ๋นเฉินแกะห่ออาหารไปพลาง ตอบเสียงเรียบไปพลาง “ไม่ได้ปล่อยมันออกมา”
เรื่องที่ฝูเสี่ยวไกวตัดสินใจทำอะไรตามใจตัวเองครั้งนี้ เธอไม่คิดจะปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
ถึงผลลัพธ์จะออกมาดี แต่ครั้งหน้าล่ะ? ถ้าทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้ทุกครั้ง สักวันต้องเกิดเรื่องแน่
