เสียง “เคร้ง” ดังขึ้น เธอโยนห่วงทองแดงสองวงที่ถืออยู่ลงกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้นก็พลิกข้อมือ ใช้ปลายนิ้วคีบการ์ดไอเทมใบหนึ่งไว้
การ์ดแปรเปลี่ยนเป็นพู่กันขนสัตว์ด้ามเก่าแก่
[ดาวเหนือชั้น・เก็บของได้สุดยอดไร้เทียมทาน]
ถูกแล้ว ในเมื่อไม่มีเครื่องมือ เธอก็วาดขึ้นมาเอง!
แค่อุปกรณ์ช้อนตักไม่ใช่หรือ จะยากอะไรนักหนา?
อวิ๋นเฉินย่อตัวลงตรงนั้น โบกพู่กันเริ่ม “สร้างสรรค์ผลงาน” บนแผ่นหิน
เส้นหมึกค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นตามการเคลื่อนไหวของเธอ
เพียงแต่...ทิศทางของเส้นเหล่านั้นดูจะอิสระเกินไปสักหน่อย
ฝูเสี่ยวไกวกับกรรมการผมเงินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนแรกยังมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ตอนนี้สีหน้าของทั้งคนทั้งค้างคาวกลับยากจะบรรยาย คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
นี่เธอกำลังวาดอะไรอยู่กันแน่?
อวิ๋นเฉินกลับจดจ่ออยู่กับงานอย่างเต็มที่ สะบัดพู่กันดุจมังกร (อย่างที่เจ้าตัวคิด)
ยี่สิบวินาทีต่อมา เส้นสุดท้ายก็เสร็จสมบูรณ์
แสงวูบไหวขึ้นวูบหนึ่ง ภาพบนพื้นหายไป แทนที่ด้วยสิ่งที่...
จะอธิบายว่าอย่างไรดีนะ?
มันคือไม้ช้อนตักขนาดยักษ์ที่บิดเบี้ยวคดงอ ด้ามจับเหมือนขนมเกลียว ส่วนถุงตาข่ายก็เหมือนถุงใส่ของ
อวิ๋นเฉินคว้าไม้ที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อนั้นขึ้นมา แล้วกระแทกลงกับพื้นสองครั้งเพื่อทดสอบความแข็งแรง
“อืม แข็งแรงใช้ได้” เธอพยักหน้าอย่างพอใจ “ช้อนห่วงทองหนัก 15 กิโลกรัมน่าจะไหว”
ส่วนสายตาสองคู่ข้าง ๆ ที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เธอก็เมินเสียสนิท
ฝีมือวาดรูปจะสำคัญอะไร ขอแค่ใช้งานได้ก็พอ แมวจับหนูได้ก็คือแมวดี!
