“บินไปถามพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เองสิ ว่าจอมเขมือบอย่างเธอนับเป็นค่าหัวคนหรือเปล่า”
อวิ๋นเฉินยินดีจ่าย 500 คะแนนเพื่อสัตว์เลี้ยงวิญญาณของตัวเองอยู่แล้ว
ฝูเสี่ยวไกวเคี้ยวเนื้อปูจนแก้มตุ่ย ทำตามคำสั่ง กระพือปีกเล็ก ๆ สองข้างอย่างเชื่องช้า บินไปถามพนักงานในโถงเรื่องกฎ
ตี๋ซิวซือถอนสายตาที่มองตามฝูเสี่ยวไกวกลับมา แล้วก้มมองเปลือกปูแตกละเอียดในมือ ก่อนจะเลียนแบบหวงฝู่ซี งัดเปลือกแข็งอย่างเอาเป็นเอาตายต่อไป
“เจ้าตัวเล็กนั่นน่ารักดีนะ” ตี๋ซิวซือกัดฟันงัดเปลือกปูไปพลาง บ่นอย่างอิจฉาไปพลาง “น่าเสียดาย แค่ขาดอีกนิดเดียวก็จะเป็นของฉันแล้วแท้ ๆ”
อวิ๋นเฉินกลืนเนื้อปูหวานสดลงคอ เหลือบมองเขาอย่างเฉยชา “หึ ขาดอีกนิดเดียวที่ไหนกัน ยอมรับความจริงเถอะ ไอ้คนจน”
ตอนอยู่ในโรงประมูล ต่อให้เขาทุ่มคะแนนทั้งหมดลงไป ก็ไม่มีทางประมูลชนะเธอ
“……”
คำว่า “ไอ้คนจน” กระแทกตี๋ซิวซือเข้าเต็มเปา เขาออกแรงมือจนเปลือกปูแข็ง ๆ แตกละเอียดดังกร๊อบ
“คำพูดร้ายกาจทำร้ายจิตใจคนได้นะ ท่านมหาเศรษฐี” ตี๋ซิวซือยกมือปาดหน้าอย่างน้อยใจ
อวิ๋นเฉินกินก้ามปูคำสุดท้ายหมดอย่างไม่รีบร้อน ก่อนหยิบกุ้งมังกรตัวใหญ่มาแกะเปลือก “ถ้าไม่ทำร้ายคน ฉันก็ขี้เกียจพูดหรอก”
จังหวะนั้นเอง เสียงปีกกระพือก็ดังขึ้น
ฝูเสี่ยวไกวทำภารกิจเสร็จแล้ว แปะตัวลงบนโต๊ะอาหาร
“นายท่าน ๆ! พนักงานหน้าเคาน์เตอร์บอกว่าสัตว์เลี้ยงวิญญาณไม่นับรวมเป็นค่าหัวคน ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม!”
