ในเมืองผู้เล่นมีร้านหม้อไฟแห่งหนึ่งที่เปิดขึ้นเพื่อรองรับผู้เล่นจากโลกสีน้ำเงินโดยเฉพาะ
ตอนอวิ๋นเฉินผลักประตูห้องส่วนตัวเข้าไป หวงฝู่ซีก็นั่งรออยู่ข้างในอย่างผึ่งผายแล้ว
เธอมีแต้มเหลือเฟือ จึงเหมาห้องส่วนตัวสุดหรูที่ใหญ่ที่สุดเอาไว้
หม้อทองแดงสลักลายมังกรตรงกลางโต๊ะเดือดปุด ๆ ไอสีขาวเผ็ดร้อนลอยอวลอยู่ใต้แสงไฟ
อวิ๋นเฉินสูดกลิ่นเข้าไป รู้สึกว่าต่อมรับรสตื่นขึ้นมาแล้ว
ทั้งคู่ต่างเป็นพวกที่ขาดรสเผ็ดไม่ได้
ที่จริงเมื่อหลายปีก่อน อวิ๋นเฉินกินเผ็ดไม่ค่อยเก่งด้วยซ้ำ แค่เผ็ดนิดหน่อยก็สำลักจนน้ำตาไหลแล้ว
แต่ลึก ๆ แล้วเธอเป็นคนหัวแข็ง ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ยิ่งทำไม่ได้ก็ยิ่งต้องฝึก ยกเว้นวาดรูป
เธอจึงฝึกจนกระเพาะตัวเองกลายเป็น “ราชันผู้ต้านทานความเผ็ด” อย่างทุกวันนี้
“สั่งได้ตามสบายเลย ท่านเสนาบดี! วันนี้ข้าเลี้ยงเอง!” หวงฝู่ซีเห็นเธอเข้ามาก็โบกมืออย่างใจกว้าง พลางบอกให้อวิ๋นเฉินไปที่เคาน์เตอร์สั่งอาหาร
“เช่นนั้นข้าขอขอบพระทัยฝ่าบาทสำหรับพระกรุณา” อวิ๋นเฉินตอบยิ้ม ๆ แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ ก้มหน้าจิ้มหน้าจอแสงเพื่อสั่งอาหาร
“แค่ก… แค่ก ๆ!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงไอเบาแสนเบาสองครั้งดังขึ้นในห้องส่วนตัว
หวงฝู่ซีหูไว จึงมองไปตามเสียงด้วยความสงสัย สายตาหยุดอยู่ที่ไหล่ของอวิ๋นเฉิน “เสียงอะไรน่ะ? พาสัตว์เลี้ยงวิญญาณมาด้วยเหรอ?”
ตอนนี้เธอไม่ได้สวมแว่นตาดาวเหนือชั้นที่อวิ๋นเฉินมอบให้ ซึ่งใช้มองทะลุร่างที่ล่องหนได้
แต่ถึงจะสวม เธอก็มองไม่เห็นฝูเสี่ยวไกวอยู่ดี
