ติ๊ง—
ประตูลิฟต์เปิดออก
“ผู้เล่น ‘ไห่เหม่ยเหม่ย’ ถูกพบแล้ว ไห่เหม่ยเหม่ยตกรอบ”
เสียงประกาศก้องสะท้อนไปทั่วโถงใหญ่
เหลือผู้เล่นอยู่ในสนามเพียง 6 คน
“ติ๊ด—ติ๊ด—”
ตามมาด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังถี่ขึ้น เขตปิดกั้นขยายวงกว้างอีกครั้ง
อวิ๋นเฉินยื่นมือไปกดปุ่มชั้น 1
ลิฟต์หยุดที่โถงชั้น 1
ผู้เล่นคนหนึ่งในโถงกำลังจะพุ่งเข้าไปในบันไดหนีไฟ พอได้ยินเสียงก็สะดุ้งตกใจ
เมื่อหันกลับไปเห็นแผ่นหลังงองุ้มของใครบางคนที่กำลังเข็นรถ ก็พลันถอนหายใจโล่งอก กระทั่งไม่คิดจะมองซ้ำอีกสักครั้ง เขาหันหลังแล้วรีบเข้าไปในทางหนีไฟทันที
อวิ๋นเฉินกดปีกหมวกลงต่ำ สายตาจับจ้องตรงไปข้างหน้า
ดีมาก
เธอเข็นรถมุ่งตรงไปยังมุมพักผ่อนที่อยู่ตรงมุมโถง
ตรงนั้นมีตู้ปลาขนาดใหญ่สำหรับเลี้ยงปลาทะเลสวยงาม ด้านหลังเป็นจุดอับสายตา เหมาะแก่การซ่อนตัวเก็บแต้ม
ตอนเดินผ่านประตูใหญ่ อวิ๋นเฉินก็ชะลอฝีเท้าลงกะทันหัน
ข้างประตูมีรูปสลักหินสูงครึ่งตัวคนตั้งอยู่
มันเป็นรูปเทวดาตัวน้อยที่มีปีกอยู่ด้านหลัง แกะสลักได้เหมือนจริงราวกับมีชีวิต
อวิ๋นเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย
รูปทรงนี้...ทำไมดูคุ้นตาอย่างไรชอบกล?
ถ้าเจ้าตัว “เสี่ยวเฮย” ที่เธอพากลับบ้านไปก่อนหน้านี้ดูเหมือนเทวดาตัวน้อยเพศชาย ตัวที่อยู่ตรงหน้าก็แทบจะเป็นเสี่ยวเฮยเวอร์ชันผู้หญิงเลยทีเดียว
หรือว่าจะเป็นญาติของเสี่ยวเฮย?
อวิ๋นเฉินเปลี่ยนทิศทางเดิน แสร้งทำเป็นพนักงานทำความสะอาด กวาดถูไปพลางค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้
