เมื่อได้ยินว่าตัวเองต้องไปสถานีรักษาความสงบด้วย อวิ๋นเฉินก็ถึงกับงงงัน
หวงฝู่ซีเองก็มีสีหน้าเหลือเชื่อ “เดี๋ยวนะ คุณเจ้าหน้าที่เข้าใจผิดหรือเปล่า? พวกเราเป็นแค่ลูกค้าผู้บริสุทธิ์ที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงนี้ ไม่ได้แม้แต่จะขยับนิ้ว แล้วทำไมต้องไปสอบสวนด้วยล่ะ?”
อาหารมื้อใหญ่เพิ่งเริ่มต้นเองแท้ ๆ!
เจ้าหน้าที่ตรวจการกล่าวว่า “นี่เป็นข้อกำหนดของหน่วยรักษาความสงบ ทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานที่เกิดเหตุจะต้องให้ความร่วมมือในการสอบสวน”
หวงฝู่ซีเข้าใจขั้นตอน แต่ก็ยังรู้สึกว่าเหลวไหลอย่างยิ่ง “แต่เรื่องมันเห็น ๆ กันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ยังต้องสอบสวนอะไรอีก?”
ก็แค่ตี๋ซิวซือต่อยอ๋าวต้งอยู่ฝ่ายเดียว จับสองคนนั้นไปก็จบแล้วไม่ใช่หรือ? แล้วลากลูกค้าผู้บริสุทธิ์มาเกี่ยวด้วยทำไม?
ตี๋ซิวซือพยักหน้าคล้อยตามอยู่ข้าง ๆ “ใช่แล้วครับคุณเจ้าหน้าที่ ผมทำอะไรไว้ก็รับผิดชอบเองคนเดียว”
เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความสงบไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย น้ำเสียงแข็งกร้าว “ข้อกำหนดเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หากมีข้อโต้แย้ง ไปร้องเรียนที่สถานีรักษาความสงบได้”
“ถ้าไม่ไปล่ะ?”
ในที่สุดอวิ๋นเฉินที่นั่งนิ่งราวกับภูผามาตลอดก็เอ่ยปาก
เธอไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องนี้จริง ๆ
เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความสงบหันไปตามเสียง แน่นอนว่าเขาจำอวิ๋นเฉินได้ทันที ผู้เล่นหัวขบถที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงนี้ แต่ชื่อเสียงทั้งหมดล้วนเป็นด้านลบ น้ำเสียงของเขาจึงเข้มงวดขึ้น “หากปฏิเสธให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของหน่วยรักษาความสงบ จะถือว่าเจตนาขัดขืนกฎหมาย และถูกลงโทษอย่างหนักไปพร้อมกัน”
