ในห้องประชุมเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของทุกคน
“ผมคิดว่า เรื่อง ‘คนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง’ คนนี้...”
ในที่สุดผู้เล่นคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ปลายโต๊ะยาวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากทำลายความเงียบอันกดดัน “วิธีการของคนคนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบายเกินไป เธอไม่เพียงไร้ซึ่งขีดจำกัด ยังทำลายสภาพการแข่งขันของเกมนี้ที่เดิมทีก็โหดร้ายแต่ยังพอมีความยุติธรรมอย่างบ้าคลั่ง หากปล่อยให้เธอก่อความวุ่นวายต่อไป แล้วผู้เล่นคนอื่นเริ่มเลียนแบบวิธีเล่นสกปรกที่หลอกลวงและไม่เลือกวิธีการของเธอ ก็จะเป็นผลเสียต่อพวกเรามาก”
น้ำเสียงของชายคนนั้นเย็นเยียบ เผยจิตสังหารออกมา “ดังนั้น ผมเสนอให้กิลด์ของเราออกหน้า หาโอกาสกำจัดเธอออกจากเกมนี้เสีย จะได้ตัดไฟแต่ต้นลม”
ทันทีที่สิ้นเสียง นอกจากหวนเสวี่ยหลิง อู๋หม่า ชู่เล่อ และประมุขกิลด์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานซึ่งทั้งสี่คนไม่ได้แสดงท่าทีแล้ว ผู้เล่นระดับสูงคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะยาวต่างพากันพยักหน้าเบา ๆ แทบมองไม่เห็น เพื่อแสดงว่าพวกเขาเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
แม้วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความเงียบจะเป็นดาวเคราะห์ที่มีพลังแข็งแกร่ง แต่โดยเนื้อแท้แล้วกลับยึดติดกับธรรมเนียมเดิมและปิดกั้นตัวเองอย่างยิ่ง
ดังนั้นเมื่อได้เห็นวิธีเล่นแปลกประหลาดของอวิ๋นเฉิน ที่พูดจาเหลวไหล ไม่ทำตามแบบแผน และเปลี่ยนเกมเอาชีวิตรอดระดับยากให้กลายเป็นการเล่นขายของ พวกเขาจึงรู้สึกไม่พอใจและถูกคุกคามอย่างรุนแรงโดยสัญชาตญาณ
