ตี๋ซิวซือกอดอก สีหน้าเปี่ยมความพอใจราวกับกำลังบอกว่า “ดูสิว่าคราวนี้เธอจะหนีไปไหน”
อวิ๋นเฉินมองเขา แล้วมองอู๋หม่าที่ยืนอยู่ข้างหลัง
เธอถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “...มีธุระอะไรหรือ?”
เธอไม่กลัวว่าพวกเขาจะทำอะไรตนหรอก แถวนี้มีผู้คนเดินไปมา พวกเขาย่อมต้องเกรงใจบ้าง กฎของเมืองก็ระบุไว้อยู่แล้วว่าห้ามผู้เล่นทะเลาะวิวาท
ส่วนเหตุผลที่พวกเขาจำเธอได้...ตี๋ซิวซือมองการปลอมตัวของเธอไม่ออก งั้นคนที่ปากโป้งก็คงเป็นอู๋หม่า
ดูเหมือนอู๋หม่าจะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร จึงอธิบายว่า “เขาจำได้เอง ไม่ใช่ฉันบอก”
เมื่อครู่พวกเขาเดินออกมาด้วยกัน ระหว่างทางตี๋ซิวซือก็จู่ ๆ พุ่งเข้ามาราวกับคนบ้า อู๋หม่าถึงได้รู้ว่าอวิ๋นเฉินก็อยู่ที่นี่ด้วย
ตี๋ซิวซือกล่าวว่า “คนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่งอย่างฉัน เพื่อหาตัวเธอแล้วถึงกับยอมจ่ายเงินก้อนโตไปซื้อ[ดาวเหนือชั้น-ดวงตาเพลิงมองทะลุ]มาโดยเฉพาะ”
อวิ๋นเฉิน “……”
หมอนี่ว่างขนาดนั้นเชียวหรือ?
“อืม แล้วมีธุระอะไรหรือ?” อวิ๋นเฉินเหลือบมองเวลา “ฉันยุ่งมาก”
เธอต้องรีบไปตามนัด
ตี๋ซิวซือถามว่า “เรื่องที่ฉันชวนเธอตั้งทีมคราวก่อน คิดว่าอย่างไรบ้าง?”
อวิ๋นเฉินมองอู๋หม่าแวบหนึ่ง ก่อนตอบตรง ๆ ว่า “ไม่เคยคิดเลย ฉันไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีม”
“ฉันว่าเธอต้องการนะ” ตี๋ซิวซือยืนกราน “โดยเฉพาะเพื่อนร่วมทีมที่เก่งกาจ หล่อเหลา และร่ำรวยอย่างฉัน”
“ฉันไม่ต้องการ”
“...ทำไมล่ะ? ถ้าร่วมมือกัน โอกาสชนะก็สูงขึ้นสิ! คนเก่งจับมือกันเข้าใจไหม?”
อวิ๋นเฉินมองเขา น้ำเสียงสงบนิ่ง “ตอนนี้อัตราชนะของฉันคือ 100 เปอร์เซ็นต์”
“……” ตี๋ซิวซือพูดไม่ออก “เธอก็บอกเองว่า ‘ตอนนี้’ แล้วอนาคตล่ะ? เดินริมแม่น้ำบ่อย ๆ ยังไงก็ต้องมีวันที่รองเท้าเปียกบ้าง!”
