เมื่อยืนประจำที่แล้ว เธอยังหันไปยิ้มทักเพื่อนบ้านตำแหน่งสามอย่างเป็นมิตรด้วย
ผู้เล่นตำแหน่งสามเป็นผู้เล่นจากเย่เหมิง
เขาถูกอวิ๋นเฉินจ้องจนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว จึงฝืนยิ้มออกมา
คง...ไม่ลงมือกับเขาหรอกใช่ไหม?
เขากับกิลด์เย่เหมิงดูเหมือนจะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับอวิ๋นเฉิน
อวิ๋นเฉินไม่รู้ว่าพวกเขากำลังหวาดระแวงเธอ
ถ้ารู้ เธอคงบอกว่าพวกเขากังวลเกินเหตุ
ตราบใดที่คนพวกนี้ไม่เข้ามาหาเรื่องเธอก่อน เธอก็ไม่มีอารมณ์เสียเวลาตามไปก่อกวนพวกเขา
คนเดียวที่เธอตั้งใจจะจัดการในเกมนี้คือชู่เล่อ
“วางใจเถอะ” อวิ๋นเฉินพิงหนังสติ๊กขนาดใหญ่ แล้วหันไปพูดกับชู่เล่อ “เธอจะได้สัมผัสประสบการณ์ในเกมที่ยอดเยี่ยมสุด ๆ”
หนังศีรษะชู่เล่อชาวาบ “...ฉันเลือกไม่รับประสบการณ์นี้ได้ไหม?”
“ไม่ได้” อวิ๋นเฉินผู้เผด็จการบังคับรัก
ขณะนั้นเอง ผู้เล่นใจร้อนคนหนึ่งก็เริ่มลงมือก่อนใคร
เห็นผู้เล่นคนนั้นสอดเอวเข้าไปในถุงหนังของเชือกยางยืด จากนั้นก็ยันพื้นแล้วถอยหลังสุดแรง จนดึงเชือกยางยืดให้ตึงเปรี๊ยะ
ต่อมาเขาก็ยกเท้าขึ้นฉับพลัน เสียงฟิ้วดังขึ้น ร่างทั้งร่างพุ่งออกไปเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ทำจากเนื้อหนัง
น่าเสียดายที่ทิศทางเบี้ยวไปไกล ต่อให้ไม่พูดถึงการยิงโดนเครื่องประดับสีแดง แค่ตัวหอคอยก็ยังเฉียดไม่ถึง ร่างของเขาพุ่งเป็นเส้นโค้งกลางอากาศก่อนร่วงลงไป
โชคดีที่เกมมีกลไกรีเซ็ตอัตโนมัติ แสงสีขาววาบขึ้น ผู้เล่นคนนั้นก็ถูกส่งกลับมายังแท่นยิงอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
เกมนี้มีความยากอยู่เหมือนกัน ต้องเล็งให้แม่นถึงจะได้ผล
ผู้เล่นคนอื่นทยอยยิงตัวเองออกไป เสียง “ฟิ้ว ๆ” ดังไม่ขาดช่วงทั่วสนาม บางคนติดอยู่ที่ชั้นแรกถึงสี่ห้าครั้ง ขณะที่บางคนโชคดี ยิงโดนตั้งแต่ครั้งแรก
