อวิ๋นเฉินมองเขาด้วยแววตาชื่นชม
คุยกับคนฉลาดนี่ประหยัดแรงจริง ๆ
“ใช่ แต่คุณจะเอาอะไรมาแลก?” น้ำเสียงของอวิ๋นเฉินเป็นทางการ “ขอพูดไว้ก่อน ถ้าของที่คุณเอามาให้ฉันไม่ถูกใจ ก็ไม่ต้องคุยกัน ฉันไม่ลดราคาให้เพียงเพราะเราเป็นคนจากโลกสีน้ำเงินเหมือนกัน”
ส่วนจะอธิบายกับทางตี๋ซิวซืออย่างไร หลังจากยกการ์ดให้เขาไปแล้วนั้น...
ช่างมันเถอะ ค่อยคิดทีหลัง บางทีพอเกมนี้สรุปผล เธออาจเปิดได้การ์ด[ขั้นเทพ: ยืมเวลาอีก 500 ปีจากสวรรค์]อีกใบก็ได้
“ผมไม่มีคะแนนมากขนาดนั้น...” คะแนนของอิ๋งหย่งฉางมีแค่หมื่นต้น ๆ
เขากัดฟัน ราวกับตัดสินใจครั้งใหญ่
“การ์ดดาวเหนือชั้น 1 ใบ การ์ดห้าดาว 2 ใบ การ์ดสี่ดาว 6 ใบ นี่คือการ์ดไอเทมระดับดาวสูงทั้งหมดที่ผมมีแล้ว” อิ๋งหย่งฉางมองอวิ๋นเฉิน ลูกกระเดือกขยับเล็กน้อย “แลกได้ไหม?”
จะบอกว่าไม่เจ็บใจก็คงโกหก ไพ่ตายเหล่านั้นล้วนเป็นของที่เขาเอาชีวิตเข้าแลกมา
แต่ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ต่อให้ทรัพย์สินหมดเกลี้ยงก็หาใหม่ได้
สิ่งที่อิ๋งหย่งฉางกลัวน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดินมาถึงวันนี้ คือการเริ่มต้นใหม่จากศูนย์
อวิ๋นเฉินกวาดตามองใบหน้าตึงเครียดของอิ๋งหย่งฉาง ก่อนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ตกลง”
แม้มูลค่าของการ์ดทั้ง 9 ใบจะไม่ถึง 350,000 คะแนน แต่สำหรับเธอแล้วก็ถือว่าขายถูกไปหน่อย
แต่เธอเข้าใจดีว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของอิ๋งหย่งฉาง นี่คือข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะยื่นได้แล้ว
ในเมื่อเขาแสดงความจริงใจมากพอ เธอถอยให้สักก้าวจะเป็นไรไป อย่างไรเสียคะแนนของเธอก็มีมากแล้ว
พอได้ยินอวิ๋นเฉินตอบตกลง อิ๋งหย่งฉางก็แอบถอนหายใจยาว แผ่นหลังที่เกร็งอยู่แต่เดิมคลายลงเล็กน้อยในที่สุด
ทั้งสองทำการแลกเปลี่ยนกันตรงหน้าประตู ณ จุดนั้น โดยมีกรรมการยืนมองอยู่
