ยิ่งขึ้นไปยังชั้นสูง จุดสีแดงก็ยิ่งเล็กลง แรงลมรบกวนก็เพิ่มขึ้น ความยากในการยิงถูกเป้าพุ่งสูงขึ้นแบบทวีคูณ ผู้เล่นส่วนใหญ่ติดอยู่ที่ชั้นห้า
ทางด้านอวิ๋นเฉิน ฝูเสี่ยวไกวช่วยยิงมาถึงชั้นสี่แล้ว
พอมันถูกส่งกลับมาและกำลังจะมุดเข้าไปในเชือกยางยืดอีกครั้ง อวิ๋นเฉินก็เอ่ยขึ้น
“ชั้นที่เหลือเล่นเองเถอะ”
ถึงอย่างไรฝูเสี่ยวไกวก็ขยายร่างได้ตามใจ จะดึงหนังสติ๊กแล้วยิงตัวเองก็ยังทำได้สบาย
“หา? เจ้านายไม่เล่นต่อแล้วเหรอ?” ฝูเสี่ยวไกวชะงักไปชั่วขณะ
อวิ๋นเฉินเงยหน้าขึ้น มองไปยังหอคอยสูงตระหง่าน “ฉันจะไปหาอะไรสักหน่อย”
หากที่นี่เป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ของดาวต้ายื่อตามที่แบล็กบอกจริง วิธีถอนคำสาปก็ต้องซ่อนอยู่ในหอคอย
เธอต้องเข้าไปดู
ระหว่างแท่นยิงของผู้เล่นกับหอคอยมีเหวลึกไร้ก้นคั่นอยู่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินข้ามไปตรง ๆ
อวิ๋นเฉินใช้การเคลื่อนย้ายพริบตา
ก่อนจากไป เธอยังทิ้งร่างแยกไว้ที่เดิมด้วย
จะได้ไม่ต้องปล่อยให้ฝูเสี่ยวไกวอยู่ที่นี่ตามลำพัง แล้วถูกผู้เล่นคนอื่นรังแก
เพียงชั่วพริบตา อวิ๋นเฉินก็ข้ามเหวมาอยู่ที่ฐานหอคอยแล้ว
ตอนมองจากไกล ๆ ยังไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อมายืนอยู่ใต้หอคอยและเงยหน้ามอง อวิ๋นเฉินจึงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างแห่งนี้อย่างแท้จริง แค่ความสูงของเพดานชั้นแรกก็สูงเท่ากับเธอสามหรือสี่คนต่อกันแล้ว
ไม่มีเวลามายืนทึ่ง ต้องหาเบาะแสให้พบก่อนที่ใครสักคนจะผ่านด่านและทำให้เกมจบลง
อวิ๋นเฉินเดินสำรวจรอบฐานหอคอยอย่างรวดเร็ว ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย
