แน่นอนว่าอวิ๋นเฉินไม่รู้ว่านี่คือทักษะซ่อนเร้นของเป้ยเป้ย—
การแยกแยะกลิ่น
กลิ่นบนตัวของแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เว้นแต่จะใช้ไอเทมพิเศษจงใจปลอมแปลงหรือเปลี่ยนกลิ่น ไม่อย่างนั้นขอเพียงได้ดมสักครั้ง มันก็ไม่มีวันลืมอีก
ครั้งก่อนที่เล่นเกมสืบสวนบทบาทสมมติแล้วจำไม่ได้ เป็นเพราะตอนนั้นความทรงจำของมันถูกผนึกไว้
ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่ปะปนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น การพินิจพิจารณา และการใคร่รู้ อวิ๋นเฉินกวาดตามองไปรอบ ๆ สีหน้าไม่เปลี่ยน น้ำเสียงเรียบเฉย “มองฉันทำไม? ฉันมาไม่ได้หรือไง?”
ท่าทีของเธอชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัด
ใช่ ฉันนี่แหละ แล้วไง?
ในซินโหลวมีเจ้าหน้าที่ของทางการประจำการอยู่ ต่อให้คนที่อยู่ที่นี่อยากก่อเรื่องก็คงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
และพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรจริง ๆ คนส่วนใหญ่เพียงแค่ได้เห็นราชันผู้เล่นหน้าใหม่ “คนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง” ผู้ก่อกระแสไปทั่วด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก จึงแค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้น
คนส่วนใหญ่เหลือบมองเพียงครั้งเดียวก็เบนสายตากลับไปทำธุระของตัวเองต่อ
มีเพียงไม่กี่คนที่ยังแอบมองเป็นระยะ
แต่ชู่เล่อกลับไม่ละสายตาไปไหนเลย
เธอมองอวิ๋นเฉิน ภาพการ์ดไอเทมสองใบนั้นที่ถูกขโมยไปผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่ ความอึดอัดแผ่แน่นอยู่ในอก ริมฝีปากขยับเล็กน้อย คล้ายอยากพูดอะไรบางอย่าง
“เธอ...”
เพิ่งเอ่ยได้คำเดียว เธอก็พบว่าอวิ๋นเฉินเบนสายตาออกจากตัวเธอไปแล้ว
อวิ๋นเฉินเห็นจ้านเสียที่เพิ่งเดินเข้ามาทางประตูใหญ่
