“พี่สาว! พี่สาว อย่าไป!”
สติยังกลับมาไม่สมบูรณ์ เสียงร้องเรียกเร่งร้อนก็ดังเข้าหูอวิ๋นเฉิน
สายลมอ่อนพัดผ่าน หอบกลิ่นดินผสมหญ้าสดชื่นมาให้ ใต้เท้าเป็นทางดินนุ่ม ๆ ส่วนไกลออกไปมีหมู่บ้านที่ควันจากปล่องไฟลอยอ้อยอิ่ง
อวิ๋นเฉินชะงักงันไปครู่หนึ่ง
พี่สาว? กำลังเรียกเธออยู่หรือ?
เธอหันไปตามเสียง ตั้งใจดูว่าใครเป็นคนเรียก แต่กลับสบเข้ากับใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมเมตตาสองหน้า
“เสี่ยวอวิ๋นกลับมาแล้วหรือ? มานี่เร็ว วันนี้แม่ทำกับข้าวจานโปรดของลูก กลับบ้านไปกินข้าวกัน” หญิงชราในชุดผ้าหยาบยื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยด้านออกมาด้วยท่าทีสนิทสนม
คู่สามีภรรยาในชุดผ้าหยาบตรงหน้า คือพ่อแม่บุญธรรมของอวิ๋นเฉิน
ตอนเธออายุ 5 ขวบ ถูกทอดทิ้งไว้ในหุบเขาลึก คู่สามีภรรยาชาวนาผู้ใจดีคู่นี้เป็นคนเก็บเธอกลับไปเลี้ยง
ความทรงจำก่อนอายุ 5 ขวบของเธอไม่มีเลย ว่างเปล่าไปหมด
แต่เธอก็ไม่เคยคิดตามหาครอบครัวแท้ ๆ เช่นกัน
ในเมื่อพวกเขาทิ้งเด็กอายุ 5 ขวบไว้ในป่าที่มีสัตว์ร้ายชุกชุมได้ ก็แปลว่าไม่ต้องการเธอตั้งแต่แรก แล้วเธอจะหน้าด้านวิ่งไปหาให้ได้อะไร?
กล่าวโทษ? แก้แค้น?
อวิ๋นเฉินไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น ชีวิตที่เธออยู่กับพ่อแม่บุญธรรมในหมู่บ้านก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหาเรื่องให้ตัวเองไม่สบายใจ
“ได้ค่ะ” อวิ๋นเฉินตอบ พลางจับมือที่หญิงชรายื่นมาให้อย่างเป็นธรรมชาติ
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อมองใบหน้าคุ้นเคยทั้งสองตรงหน้า เธอกลับรู้สึกราวกับห่างหายกันไปนานแสนนาน
ทั้งสามเดินไปตามทางเล็ก ๆ ในชนบท มุ่งหน้ากลับสู่ลานบ้านชาวนาที่คุ้นเคยอย่างช้า ๆ
