คุกใต้ดินตระกูลลู่
หนาวเย็นและชื้นแฉะ
กลิ่นประหลาดที่เกิดจากสนิมเหล็กปนเปื้อนเชื้อราอบอวลไปทั่วอากาศ
ลู่ฉิงขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง สองมือกอดเข่า ซุกหน้าลงต่ำ ร่างเล็กผอมสั่นเทาไม่หยุด
นางไม่กล้ามอง
ไม่ไกลนัก คุณชายหนุ่มหลายคนในอาภรณ์หรูหรากำลังล้อมเตาถ่านพลางมองนางด้วยสายตาราวกับกำลังประเมินสินค้า เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นเป็นระยะ
คนที่ยืนอยู่หน้าสุดก็คือลู่เทา
เขาถือจอกสุราอุ่นไว้ในมือ บนใบหน้าฉายแววตื่นเต้นอย่างบิดเบี้ยว
“ดูสิ ดูนางตัวน้อยนี่สิ ช่างน่าสงสารเสียจริง เจ้าคิดว่าถ้าขายเข้าหอหมื่นบุปผาในเมืองชั้นในของเรา จะได้ราคาสักเท่าไร?”
ลูกสมุนข้างกายคนหนึ่งซึ่งปากแหลมแก้มตอบรีบประจบรับคำ “คุณชายเทา ยอดหญิงเช่นนี้ อย่างน้อยก็ต้องได้ราคานี้ขอรับ! เลี้ยงไว้อีกสักสองปี รับรองได้เป็นบ่อเงินบ่อทองแน่!”
ถ้อยคำหยาบคายเหล่านั้นฟังแล้วชวนสะอิดสะเอียน
ร่างของลู่ฉิงสั่นหนักยิ่งกว่าเดิม นางกัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมให้เสียงสะอื้นหลุดออกมา
พี่ชาย…พี่ชายต้องมาช่วยข้าแน่
ลู่เทาจิบสุราอย่างลำพองใจ ก่อนเอ่ยว่า “จะรีบร้อนไปไย? ข้าให้เวลาไอ้พันธุ์ทางนั่นสามวัน อีกสามวันข้าจะให้มันคลานไปที่เนินลั่วเฟิ่งเหมือนสุนัข แล้วหักขาตัวเองเสีย ฮ่า ๆ แค่คิดถึงภาพนั้น ข้าก็รู้สึกสบายไปทั้งตัวแล้ว!”
“คุณชายเทาช่างปราดเปรื่อง! ไอ้บ้านนอกเมืองชั้นนอกก็ยังกล้ามาต่อกรกับท่าน!”
ขณะที่ลู่เทากำลังจินตนาการถึงภาพลู่หยวนคุกเข่าวิงวอนอยู่อย่างเพลิดเพลิน ประตูเหล็กกล้าของคุกใต้ดินก็ถูกกระแทกเปิดออกดังโครม!
