“เพี๊ยะ——”
เสียงไม้เรียวหนังสีดำหวดลงกลางฝ่ามือที่แบรับของเวินทิงลิงดังสนั่น ปราศจากความลังเล
เสียงฟาดฟันกังวานก้องไปทั่วห้องสวีทหรูที่แสงไฟสลัว
เวินทิงลิงยังคงคุกเข่าอยู่ในท่ามาตรฐาน แผ่นหลังตั้งตรง กลางฝ่ามือทั้งสองข้างที่เคยขาวผ่องปรากฏรอยแดงเถือกขึ้นมา
ขนตายาวของนางสั่นระริกอย่างรุนแรง ก่อนจะกัดริมฝีปากล่างกลั้นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดในลำคอเอาไว้
ผู้บังคับโทษแทนซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้ามองภาพนั้นจากที่สูง แววตาเบื้องหลังหน้ากากพลุ่งพล่านด้วยความคลั่งไคล้ที่ซ่อนเร้น
เมื่อได้เห็นสองมือคู่นี้ที่เคยกรำศึกในสนามการค้า เพิ่งจะแย่งโครงการมูลค่าหลายร้อยล้านไปจากมือของตนเมื่อไม่นานนี้ บัดนี้กลับต้องแบออกรับโทษอยู่ตรงหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง ผู้บังคับโทษก็รู้สึกว่าเลือดในกายพลุ่งพล่านด้วยความสะใจ ความรู้สึกที่ได้เหยียบย่ำคู่แค้นไว้ใต้ฝ่าเท้า พรากศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายไปอย่างไร้ความปรานี ช่างทำให้เสพติดยิ่งกว่าชนะโครงการสิบโครงการเสียอีก
“สองมือนี้...” เสียงเย้ยหยันดังมาจากเครื่องเปลี่ยนเสียง ปลายไม้เรียวเลื่อนขึ้นไปตามฝ่ามือที่บวมแดงของเวินทิงลิงอย่างช้า ๆ “พรุ่งนี้จะยังเอาไปเซ็นสัญญาโครงการหลายร้อยล้านนั้นบนโต๊ะเจรจาอยู่หรือเปล่านะ”
เวินทิงลิงไม่ส่งเสียง แต่ฝ่ามือกลับหดร่นอย่างควบคุมไม่ได้ เหงื่อเย็นผุดซึมเต็มขมับ
เมื่อได้เห็นท่าทางที่ยังดื้อรั้นรักษาภาพลักษณ์สูงส่งของอีกฝ่าย ความชั่วร้ายในดวงตาของผู้บังคับโทษก็ยิ่งเพิ่มพูน นางก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว ไม้เรียวในมือจ่อไปที่กระดุมเม็ดบนสุดของเวินทิงลิงอย่างไม่เกรงใจ
“กระดุม ต้องทำยังไง ฟังที่ฉันพูดไม่ออกหรือไง”
คำสั่งที่มิอาจขัดขืน
เวินทิงลิงลดขนตาลง สูดหายใจทนรับความเจ็บแปลบบนฝ่ามือ ค่อย ๆ หดมือกลับ นิ้วมือที่ปกติใช้เพียงพลิกเอกสาร บัดนี้กลับสั่นเทา ปลดกระดุมสองเม็ดแรกบนปกเสื้อออกทีละเม็ดอย่างน่าอัปยศ
กระดูกไหปลาร้าสีขาวซีดกับผิวเนื้อบางส่วนเผยออกมาท่ามกลางแสงไฟสลัว กระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจถี่กระชั้นของนาง
“เพี๊ยะ!”
เสียงหวดครั้งแล้วครั้งเล่าดังสนั่น
รอยแดงซ้อนทับกัน ฝ่ามือบวมขึ้นอีกรอบ แต่เวินทิงลิงยังคงเหมือนรูปปั้นน้ำแข็ง นอกจากร่างกายที่เกร็งขึ้นโดยสัญชาตญาณแล้ว ก็ไร้เสียงใด ๆ
ผู้บังคับโทษหยุดการเคลื่อนไหว แยกขาออกเล็กน้อย ปลายรองเท้าแตะเข่าของเวินทิงลิง
นางโน้มตัวลงมา มือที่สวมถุงมือหนังบีบคางของเวินทิงลิงไว้ บังคับให้นางเงยหน้าขึ้น
“ถูกตีก็ไม่ส่งเสียงเลยสักแอะ แสดงว่าฉันตีเบาไปหรือ พูดมา” น้ำเสียงถูกกดให้ต่ำลง เป็นการตักเตือนนาง
เวินทิงลิงจำต้องเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่เย็นชาถูกน้ำใสคลอเคล้าเพราะความเจ็บปวดทางกาย หากแต่ยังคงดื้อดึงเม้มริมฝีปากแน่น
นางเป็นคนไม่ชอบพูดตั้งแต่แรกแล้ว ในสถานการณ์ที่บทบาทพลิกกลับเช่นนี้ ยิ่งไม่อยากส่งเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น
ผู้บังคับโทษมองภาพนั้น แย้มยิ้มอย่างพึงใจใต้หน้ากาก
ถูกแล้ว นี่คือเวินทิงลิง
นางปล่อยมือ ใช้ไม้เรียวแตะแก้มของเวินทิงลิงเบา ๆ
“ถึงเวลาต้องส่งเสียงก็ส่งออกมา ไม่อย่างนั้นมันจะดูไม่สนุกเอานะ”
ในที่สุดก็อดทนจนพ้นการลงโทษที่ฝ่ามือทั้งสิบห้าครั้ง ฝ่ามือทั้งสองข้างของเวินทิงลิงบวมแดงจนไม่สามารถกำเข้าหากันได้สนิท ได้แต่คลายมือห้อยอยู่ข้างกายเท่านั้น
“หันหลัง ใช้ OTB อีกสิบห้าครั้ง” ผู้บังคับโทษยืดกายขึ้นตรง พลางจัดแขนเสื้อที่เลื่อนลงมาด้วยนิ้วมืออย่างเนิบนาบ น้ำเสียงมิอาจโต้แย้ง
เวินทิงลิงไม่ได้ขยับในทันที
นางหันหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงแหบพร่าเพราะเก็บกดความเจ็บปวดเอาไว้ “ต้องถอดหรือ”
ผู้บังคับโทษหัวเราะเยาะในลำคอ “ไม่อย่างนั้นเล่า คิดว่าเด็กนักเรียนโดนทำโทษ จะตีกางเกงหลวม ๆ ให้สมมติกันหรือไง”
สีหน้าที่คล้อยตามของเวินทิงลิงจางหายไปจนสิ้นในชั่วพริบตา ในเกมนี้ นางอาจคุกเข่าหรือยอมถูกตีเพื่อแลกกับความรู้สึกพึ่งพาไร้ซึ่งความคิด แต่นางจะเปลือยเปล่าต่อหน้า ‘ผู้บังคับโทษแทน’ ที่แปลกหน้าโดยสิ้นเชิงนั้นไม่สามารถทำได้ มันทำลายศักดิ์ศรีสุดท้ายของนางในฐานะผู้กุมบังเหียนตระกูลเวิน
ไม่มีทาง!
“ไม่!” เสียงของเวินทิงลิงกลับมาเย็นชาอีกครั้ง เป็นการปฏิเสธอย่างชัดเจน “ฉันไม่ยอม”
ห้องเงียบไปชั่วครู่
ผู้บังคับโทษหรี่ตามอง แนวสายตาจับจ้องแผ่นหลังที่เกร็งของเวินทิงลิง นางเป็นนักล่าที่เฉียบคม รู้สึกได้ถึงเส้นเชือกที่กำลังจะขาดผึงในอากาศ
การปลดกระดุมสองเม็ดคือ “ขอบเขตสีเหลือง” ของเวินทิงลิงในค่ำคืนนี้แล้ว หากยังบังคับขืนใจให้นางถอด นั่นคือการล้ำเข้าไปใน “ขอบเขตสีแดง” ตามกฎแล้ว เวินทิงลิงจะไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะพูดคำปลอดภัยคำว่า ‘ตู้เหมียน’ ออกมา
เมื่อใดก็ตามที่พูดคำปลอดภัยออกมา เกมนี้ก็ต้องยุติทันที
อย่างนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
ผู้บังคับโทษแทนเลิกคิ้วใต้หน้ากาก ใช่ว่านางอยากให้การบดขยี้ฝ่ายเดียวที่แสนวิเศษนี้จบลงเร็วเช่นนี้เสียที่ไหน
นางยังดูภาพเวินทิงลิงทนรับความอัปยศอดสูไม่หนำใจเลย จะยอมปล่อยนางไปง่าย ๆ ได้อย่างไร
“ช่างเถอะ...”
นางแสร้งทำเป็นใจกว้าง ยอมอ่อนข้อให้หนึ่งก้าว ไม้เรียวในมือแตะเบา ๆ ที่กางเกงสูทของเวินทิงลิง
“เมื่อกฎที่นายหญิงของเธอให้ไว้อ่อนข้อให้ขนาดนี้ วันนี้ก็เก็บผ้าผ่อนผืนนั้นของเธอไว้ก่อนก็แล้วกัน หันหลังไป”