แต่เสิ่นจิ้งไม่ได้แยแสเลยสักนิด เธอกลับกระพริบตาหวานเจ้าเล่ห์มองเฉินหยางแล้วพูดว่า “ที่ฉันไม่ให้คุณเป็น รปภ. เล็ก ๆ นั่น ก็เพื่อตัวคุณนะ!”
“คุณทำให้งานผมหลุด แล้วยังว่าหวังดีอีก?”
ตอนที่เฉินหยางกำลังจะระเบิดตึง เสิ่นจิ้งก็พูดประโยคหนึ่งออกมาทำให้เขาชะงักไป
“ใช่สิ! รปภ. กระจอก ๆ ไร้อนาคตแบบนั้น ต่อให้ทำทั้งชีวิตจะหาเงินได้สักเท่าไหร่?”
คำพูดนี้เหมือนมีดกรีดลงกลางใจเฉินหยาง
ใช่!
ตามเงินเดือนปัจจุบันของเฉินหยาง รปภ. เดือนละ 5,000 บวกค่าบ้านค่ากิน เดือนนึงก็ประมาณ 5,500
แต่ค่าเช่าบ้านเฉินหยางตอนนี้เดือนละเกือบ 1,500
นี่ยังไม่รวมค่ากินอยู่ใช้จ่ายจิปาถะอีก
เรียกได้ว่า เงินเดือน รปภ. ตอนนี้ของเฉินหยางแค่เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ แทบไม่พอ!!
เห็นเฉินหยางเงียบไป เสิ่นจิ้งก็พูดต่อ “คุณไม่ได้คิดจะยามเฝ้าประตูไปทั้งชีวิต ใช้ชีวิตอย่างขี้ปะติ๋วแบบนี้จริง ๆ ใช่ไหม? ถ้าคุณคิดอย่างนั้นจริง ก็ถือว่าฉันตาถั่ว มองคนผิดไป!”
ฟังเสิ่นจิ้งพูดแบบนี้ ถึงในใจจะเดือดเป็นไฟ แต่ตอนนี้เฉินหยางกลับไม่รู้จะระบายยังไง!
ก็จริง!
เขาไม่อยากใช้ชีวิตกระจอก ๆ ไปทั้งชีวิตแบบนี้!
แต่
คนเรา
ก็ต้องยอมรับความจริง
“ถึงคุณจะพูดถูก แต่ถ้างาน รปภ. ก็ยังหลุด จะให้ผมออกไปขอทานข้างถนนรึไง?”
เฉินหยางพูดออกมาด้วยความโมโห
เสิ่นจิ้งหัวเราะเบา ๆ “นึกว่าบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยไห่เฉิงจะมีดีแค่นี้ซะอีก?”
เมื่อได้ยินเสิ่นจิ้งอยู่ ๆ หลุดประโยคนี้ออกมา เฉินหยางสะดุ้งทั้งตัว มองเสิ่นจิ้งอย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณรู้ได้ไงว่าผมมาจากมหาวิทยาลัยไห่เฉิง?”
เสิ่นจิ้งยิ้มหวาน
จากนั้น
หยิบเอกสารสองแผ่นออกมาจากโต๊ะแล้วเปิด “เฉินหยาง อายุ 23! ปีมะโรง! นักศึกษาชั้นเกียรตินิยม A ปี 06 มหาวิทยาลัยไห่เฉิง เป็นถึงนายกสโมสรนักศึกษาและกัปตันทีมบาสฯ! ผลงานในมหาวิทยาลัย: เรียนดี มีจิตอาสาช่วยเหลือเพื่อนร่วมรุ่น เคยได้รับคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยให้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอน พร้อมทุนการศึกษาเต็มจำนวน แถมยังถูกยกย่องว่าเป็นนักศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยไห่เฉิง และยังได้รับฉายา บุตรแห่งไห่เฉิง!”
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่ไม่ผิดใช่ไหม?”
วินาทีที่ได้ฟังเสิ่นจิ้งพูดข้อมูลประวัติตัวเองออกมารวดเดียวหมด เฉินหยางก็ค้างไปเลย
“คุณ...คุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?”
เสิ่นจิ้งยิ้ม “คุณดูถูกฉันไปนะ แค่ข้อมูลพวกนี้มันยากตรงไหน?”
เฉินหยางคิดดูก็จริง
สังคมอินเทอร์เน็ตขนาดนี้ คนรวยอย่างเธอจะหาข้อมูลเขาง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ตอนที่เฉินหยางกำลังคิดแบบนั้น เสิ่นจิ้งก็พูดขึ้นมาทันควัน “แต๋...นายคนเก่งขนาดนี้ เข้าคุกอยู่ตั้งปีได้ยังไงกัน?”
คำพูดเหมือนมีดแทงเข้ากลางใจเฉินหยาง
“บอกฉันสิ เรื่องเข้าคุก”
เสิ่นจิ้งพูดพลางจ้องมองเฉินหยางด้วยดวงตาสวย
เฉินหยางยืนนิ่งตรงนั้นราวกับรูปปั้นหิน
ความทรงจำ หลั่งไหลท่วมท้นหัวใจเฉินหยาง
ภาพความทรงจำ
เฉินหยางกำแท่งเหล็กฟาดใส่กบาลไฮเปอร์คนหนึ่ง เลือดสาดกระจาย ไฮเปอร์นั่นนอนจมกองเลือด ไม่รู้ตายรึยัง
ความทรงจำนั้นทำให้ร่างเฉินหยางสั่นขึ้นมาเบา ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เขายืนอยู่ กำหมัดแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ
“ไม่ยอมพูด งั้นฉันพูดให้”
เสิ่นจิ้งเห็นเฉินหยางเงียบ จึงยิ้มเปิดเอกสารพูดต่อ “สองปีก่อน หน้าบาร์เที่ยงคืน เธอกับแฟนสาวหวังชาชาเพิ่งฉลองวันเกิดเสร็จ กำลังจะกลับบ้าน ไม่คิดว่าแฟนสาวหวังชาชาถูกรบกวนโดยไฮเปอร์พรรคนั้น เธอโมโห เลยลงไม้ลงมือเพื่อปกป้องแฟน! จนทำให้ไฮเปอร์คนหนึ่งนอนไอซียู แถมเกือบพิการ!”
“หลังจากนั้น ครอบครัวไฮเปอร์นั่นก็ฟ้องร้องเอาเรื่อง ตั้งแต่นั้นมา เธอก็ถูกมหาวิทยาลัยไห่เฉิงไล่ออก แล้วนอนคุกอยู่หนึ่งปี!”
“หนึ่งปีก่อน ถึงพึ่งถูกปล่อยตัว”
“แต่เพราะมีประวัติต้องโทษ ครึ่งปีมานี้หางานเจอแต่ทางตัน ไม่มีบริษัทไหนกล้าใช้! จนสุดท้ายไปทำบัตรปลอม ถึงได้มาเป็น รปภ. ที่หมู่บ้านจัดสรรหลีวาน”
เสิ่นจิ้งพูดรวดเดียวจบ แล้วหุบเอกสาร ยิ้มร่ามองเฉินหยาง “ที่พูดไปทั้งหมดนี่ ถูกไหม?”
เฉินหยางไร้ความรู้สึกบนใบหน้า ยืนนิ่งไม่ไหวติง
ไม่พูดไม่จา!
เพราะทุกอย่างที่เสิ่นจิ้งพูดคือความจริง!
“คิดไม่ถึงเลยนะ อดีตเด็กฟ้าแห่งไห่เฉิง จะมาติดคุกเพราะผู้หญิง!”
“เฉินหยาง ถามหน่อย เคยเสียใจบ้างไหม?”
เสิ่นจิ้งเงยดวงตาสวยถาม
เคยเสียใจบ้างไหม?
คำถามนี้ ในคุก เฉินหยางเคยถามตัวเองเป็นหมื่นครั้ง
ไม่มีคำตอบ
อย่างน้อยก็ตอนนี้ หลังจากวันนี้ที่ได้เห็น “ยาคุม” หล่นออกมาจากเสื้อหวังชาชา
เขาก็ไม่เคยได้คำตอบอีกเลย
ตลอดมา เฉินหยางไม่อยากเอ่ยถึงอดีตตัวเองอีก
ไม่เคยคิดเลย วันนี้จะถูกสาวรวยแปลกหน้ามาสาวไส้เอาเรื่องเก่า ๆ ของตัวเองออกมาจนหมด
เงียบไปนาน
เฉินหยางถึงได้แหงนหน้าที่เย็นชามองเสิ่นจิ้ง “บอกผมที ผมกับคุณไม่เคยมีโกรธเคืองอะไรกัน ทำไมต้องสืบเรื่องผมซะละเอียดขนาดนี้?”
เห็นเสิ่นจิ้งกระพริบตาหวาน ยิ้มแฉ่งพูด
“เพราะพี่อยากรู้ ว่าที่ผู้ช่วยส่วนตัวในอนาคตจะเป็นคนยังไง!”
“ผู้ช่วยส่วนตัว?”
เฉินหยางไม่ได้โง่
ได้ยินเสิ่นจิ้งหลุดประโยคนั้นออกมาก็ขมวดคิ้ว
“ใช่แล้ว!”
“นับจากวันนี้ ฉันจะจ้างนายเป็นผู้ช่วยส่วนตัว”
ฟังเสิ่นจิ้งพูดแบบนั้น หูเฉินหยางแทบฝาด!
เบิกตากว้างมองเสิ่นจิ้งตรงหน้า นิ่งอึ้งไปนาน ถึงได้พูด “เมื่อกี้...คุณพูดว่าไงนะ?”
“ฉันบอกว่า ให้นายมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวฉัน! เป็นไง ตกลงไหม?”
เสิ่นจิ้งพลางพูดพลางไขว่ห้างเรียวสวย มองเฉินหยางตรงหน้าด้วยประกายตาสนุกสนาน