ซือจวินเห็นทั้งสองคนแล้ว กัดฟันกล่าวว่า "สองเจ้านี่ต่างหากที่เป็นผู้มีใจใฝ่สูงทะยานอยากได้แผ่นดิน!"
ยามนี้เขาถูกขังอยู่ในคุกหลวง นึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อกบฏในวังทั้งหมดก็เพิ่งรู้ว่า มู่เหยียนและจั้นหลานต่างหากที่เป็นผู้ได้กำไรมากที่สุด
ทั้งสองคนแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ได้ความไว้วางใจจากไท่จื่อ และยังทำให้เขาทำร้ายไท่จื่อได้อีก
บาดแผลของไท่จื่อแม้มิได้เฉียดเข้าไปถึงหัวใจโดยตรง แต่ก็อยู่ข้างหัวใจ ร่างกายของไท่จื่อบอบช้ำหนัก ยังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเพียงใด!
มู่เหยียนเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการผู้ทรงอำนาจเหนือราชสำนัก ครั้งนี้เขารักษาบัลลังก์ไท่จื่อไว้ได้ ต่อให้ไท่จื่อสืบราชบัลลังก์ ก็เป็นเพียงฮ่องเต้หุ่นเชิด
ไท่จื่อไร้ความสามารถอยู่แล้ว ยังเกรงกลัวและพึ่งพามู่เหยียน กิจการในราชสำนักภายหน้า มิใช่ให้มู่เหยียนคนเดียวเป็นคนชี้ขาดหรือ!
เขายังจำประโยคสุดท้ายในพระราชโองการอันยาวเหยียดที่หลี่กงกงอ่านได้ "หากฮ่องเต้องค์ใหม่ไร้คุณธรรม ใต้หล้าโกรธแค้น ผู้มีความสามารถย่อมได้ครอง!"
รอให้ไท่จื่อสิ้น ฝ่ายมู่เหยียนและจั้นหลานครองใจราษฎรได้ปานนี้ ประกอบกับในยามคับขันเคยปกป้องไท่จื่อต่อหน้าขุนนางผู้ใหญ่หลายคน มู่เหยียนจะไม่ถูกประณามใด ๆ และย่อมได้ขึ้นครองราชย์อย่างสมเหตุสมผล
นี่คือความทะเยอทะยานของสามีภรรยาคู่นี้!
บ้านเมืองของตระกูลซือ ในที่สุดก็ต้องตกไปอยู่ในมือของมู่เหยียนและจั้นหลาน!
มู่เหยียนมองซือจวินด้วยสายตาเย็นชา จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปมองจั้นหลานแล้วกล่าวว่า "หลานเอ๋อร์ เจ้าหลบไปก่อน ข้าอยากทำบางอย่าง"
จั้นหลานพยักหน้า แล้วนั่งรออยู่บนเก้าอี้ด้านนอก
ในคุกหลวง มู่เหยียนยกมือขึ้นหยิบกระบี่ที่แขวนอยู่บนกำแพงอย่างสบาย ๆ แล้วเดินเข้าไปหาซือจวินทีละก้าว
