เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างไม่รีบร้อน!
เช้าวันหนึ่ง ทุกคนกำลังกินอาหารเช้าแสนอร่อยที่อู๋ซิ่วเฟิ่งทำ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าจากด้านนอกลานบ้าน
ตอนแรกทุกคนสงสัยว่าไวรัสติดต่อจากสัตว์สู่คน หลายคนจึงเอาสัตว์เลี้ยงที่บ้านไปทิ้งไว้บนถนน ปล่อยให้พวกมันเอาชีวิตรอดกันเอง
ต่อมาผู้เชี่ยวชาญออกมาประกาศว่าไวรัสไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน สถานการณ์แบบนี้จึงค่อย ๆ ลดน้อยลง
แต่เมื่ออาหารที่ทุกคนได้รับแจกมีปริมาณน้อยลงเรื่อย ๆ คนก็ยิ่งทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้หน้าบ้านกันมากขึ้น ตอนนี้บนถนนแทบไม่มีคน กลับมีสัตว์เลี้ยงเร่ร่อนอยู่เป็นฝูง
ในเขตที่พวกเขาอยู่ก็มีสัตว์เร่ร่อนเหมือนกัน บางครั้งพวกเขายังเอาเศษอาหารที่เหลือไปวางไว้หน้าประตูให้พวกมันกิน
ดังนั้นบางครั้งจึงได้ยินเสียงแมวหรือสุนัขร้อง ถือเป็นเรื่องปกติมาก
แต่เสียงเห่าของสุนัขตัวนี้ไม่เหมือนเสียงที่เคยได้ยิน มันคล้ายกำลังร้องคร่ำครวญ ราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ
พ่อได้ยินเสียงนั้นก็ลุกขึ้นพรวดออกจากบ้าน คนอื่นเห็นท่าทีของพ่อก็รีบตามไป
พ่อเปิดประตูใหญ่ของวิลล่า แล้วเห็นสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวสูงใหญ่ตัวหนึ่งนอนบาดเจ็บอยู่ตรงนั้น ทั่วร่างเต็มไปด้วยแผล มันส่งเสียงครางอย่างทรมาน ท้องของมันใหญ่โต ดูเหมือนใกล้คลอดแล้ว
“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว…พ่อจะช่วยแกเอง พ่อจะช่วยแก…” พ่อปลอบสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดราวกับกำลังปลอบเด็ก ก่อนค่อย ๆ ยื่นมือไปลูบหัวมันเบา ๆ
เมื่อเห็นว่ามันไม่ต่อต้าน พ่อจึงลองพยุงให้มันยืนขึ้น แต่มันคงบาดเจ็บหนักเกินไป ต่อให้ลองหลายครั้งก็ยังลุกไม่ไหว พ่อจึงเดินเข้าไปอุ้มมันเข้าบ้าน
