เมื่อฟ้าค่อย ๆ มืดลง สินค้าที่อู๋เจินเจินคัดเลือกไว้ก็กองสูงพอ ๆ กับเนินเขาลูกเล็ก
ตอนที่เธอกำลังเลือกอย่างเพลิดเพลิน เซี่ยมู่เฉินก็ยกมือเรียกให้เธอไปหา
อู๋เจินเจินเดินตามเซี่ยมู่เฉินกับนายพลคนนั้นไปยังโกดังแห่งหนึ่ง ทันทีที่ก้าวเข้าไป เธอก็ตะลึงกับภาพตรงหน้า
ภายในโกดังเต็มไปด้วยหยกก้อนใหญ่ เนื้อเนียนละเอียด มีทั้งสีเหลือง สีเขียว สีม่วง สีดำ และแบบใสเหมือนแก้ว
บางชิ้นแกะสลักเป็นพระพุทธรูปสูงใหญ่กว่าคน บางชิ้นสลักเป็นภาพภูเขาและสายน้ำ ส่วนบางชิ้นก็ทำเป็นโต๊ะไปเลย
“ไปเลือกชิ้นที่ไม่ชอบออกมา!” เซี่ยมู่เฉินบอกอู๋เจินเจิน
อู๋เจินเจินฉงนใจ ชิ้นที่ไม่ชอบงั้นหรือ?
จู่ ๆ เธอก็เข้าใจขึ้นมา! เธอไล้มือไปตามหยกแต่ละชิ้น แล้วก็พบว่ามีของปลอมอยู่มากจริง ๆ
เนื้อหยกดีขนาดนั้น แต่มิติส่วนตัวกลับไม่ตอบสนองเลย
ไม่นานอู๋เจินเจินก็ตรวจหยกทุกชิ้นในโกดังจนทั่ว แล้วทำเครื่องหมายแยกของปลอมออกมา
เมื่อเห็นอู๋เจินเจินทำเครื่องหมายหยกปลอมได้อย่างแม่นยำทีละชิ้น สีหน้าของนายพลที่เดิมยังดูภาคภูมิใจก็ค่อย ๆ ย่ำแย่ลง ดูท่าแซ่เซี่ยคนนี้จะไม่ได้โกหก เทคนิคปลอมแปลงที่เขาทุ่มเงินหลายร้อยพันล้านค้นคว้ามาคงใช้การไม่ได้อีกแล้ว
“ท่านนายพล ดูสิครับ คุณนายของผมไม่ชอบของพวกนี้เลย จะจัดการยังไงดี?”
คุณนาย?? เซี่ยมู่เฉินคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่อู๋เจินเจินรู้ว่าตอนนี้เธอควรให้ความร่วมมือกับเขาให้ดีที่สุด
“เถ้าแก่เซี่ยพูดถูกแล้วค่ะ!”
นายพลกัดฟัน ก่อนจะยกมือเรียกลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง
“ท่านนายพล!” ลูกน้องเหล่านั้นเอ่ยเรียกอย่างไม่แน่ใจนัก
“ทุบให้หมด!” นายพลตัดสินใจเด็ดขาด แล้วพูดด้วยความเคียดแค้น
ไม่นานในโกดังก็เต็มไปด้วยความโกลาหล เศษหยกแตกกระจายเกลื่อนพื้น
