หลังจากเดินดูอยู่รอบหนึ่ง อู๋เจินเจินก็ตัดสินใจเริ่มเลือกจากเขต 10 ไล่ไป เขต 1 ราคาตั้งแต่ 100,000 ถึง 500,000 แค่มองก็ปวดใจแล้ว!
ถึงอย่างไรพอถึงวันสิ้นโลก ของพวกนี้ก็แทบไม่มีค่าอะไร หินที่เจียระไนแล้วและมีเนื้อดีอาจพอแลกแกลบหยาบมากินได้สักนิด ส่วนหินดิบพวกนี้ ต่อให้วางทิ้งไว้ข้างถนนก็ไม่มีใครเอา แต่ตอนนี้กลับต้องจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อมัน เงินที่ใช้ซื้อหินพวกนี้ไม่รู้จะเอาไปซื้อเสบียงได้ตั้งเท่าไร!
อู๋เจินเจินส่ายหน้า สลัดความคิดที่ไม่ควรมีทิ้งไป ที่เห็นว่าซื้อคือหิน แต่ที่จริงกำลังซื้อความจุของมิติ หากมิติไม่มีพื้นที่ ต่อให้กักตุนเสบียงไว้มากแค่ไหน แต่ไม่มีที่เก็บก็ไร้ประโยชน์
พอคิดแบบนี้ อู๋เจินเจินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เงินก้อนนี้แลกกับพื้นที่เก็บของในมิติที่รักษาความสดได้ตลอดไป คุ้มสุด ๆ ต่างหาก
อู๋เจินเจินพบว่าหินดิบในแต่ละเขตถูกแบ่งกองไว้หลายกอง มีทั้งกองหินขนาดเล็ก กองขนาดใหญ่ และกองขนาดกลาง
ทุกคนที่เข้าไปจะได้รับรถเข็นที่มีตะกร้าติดอยู่ เลือกหินที่ถูกใจก็ใส่ลงในตะกร้าบนรถเข็น หากใส่ไม่พอแล้วก็เขียนหมายเลขไว้บนตะกร้า ให้พนักงานเข็นไปกองไว้ที่จุดชำระเงินตรงทางเข้า
เมื่อมาถึงเขต 10 อู๋เจินเจินเห็นหลินเสี่ยวเม่ยกำลังเลือกหินจากกองขนาดเล็ก
อู๋เจินเจินเริ่มจากกองหินขนาดใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ต่อให้ลูบไปทีละก้อน ก็ไม่มีสักก้อนที่มิติเลือก เธอจึงต้องไปลูบหินทีละก้อนจากกองขนาดกลาง
อู๋เจินเจินลูบหินแต่ละก้อนอย่างรวดเร็ว แตะทีหนึ่งก็เดินต่อ แตะทีหนึ่งก็เดินต่อ
คนอื่น ๆ บ้างก็อุ้มหินก้อนเล็ก บ้างก็ล้อมก้อนใหญ่ไว้ แล้วใช้ไฟส่องพลิกดูไปมาอย่างละเอียด
พนักงานทนดูต่อไม่ไหว จึงอดเดินเข้ามาอธิบายไม่ได้ว่าควรเลือกหินแบบไหนถึงจะดี
