ฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายตลอด 5 วัน 5 คืน เมื่อมองจากยอดเขาผ่านกล้องส่องทางไกล เมืองหนานทั้งเมืองกลายเป็นผืนน้ำกว้างใหญ่สีเทาหม่น
บ้านเรือนชั้นล่าง ๆ ค่อย ๆ จมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้นไม่มีทางเลือก นอกจากว่ายไปยังอาคารที่สูงกว่า หลายคนถูกกระแสน้ำพัดหายไปและเสียชีวิต
ทุกคนต่างภาวนาให้ฝนหยุด แต่ครอบครัวของอู๋เจินเจินรู้ดีว่าฝนคงไม่หยุดในเร็ว ๆ นี้
ต่อมาก็มีคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ช่วงแรกหลังจากทางการยกเลิกมาตรการควบคุม ทุกคนไม่อยากเป็นหนูทดลองกลุ่มแรก จึงไม่ได้รีบไปฉีดวัคซีน กลับพากันไปแย่งซื้อเสบียงก่อน และติดเชื้อไวรัสระหว่างแย่งซื้อของ
พอคิดจะไปฉีดวัคซีน คนก็แห่กันไปมากจนจองคิวไม่ได้ กว่าจะจองได้สำเร็จ พายุไต้ฝุ่นก็พัดเข้ามาเสียก่อน
ทุกคนหลบอยู่ในบ้าน รอให้พายุไต้ฝุ่นผ่านไป แต่พอพายุสงบ ฝนที่ตกหนักก็ขังผู้คนไว้ในบ้านอีกครั้ง
ตอนนี้ไม่มีรัฐบาลคอยควบคุม บางคนรู้ตัวว่าติดเชื้อไวรัสและกลัวจะแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว จึงได้แต่ขังตัวเองไว้ในห้อง รอความตาย
อีกหลายคนกลับไม่ยอมกักตัวอยู่ในบ้าน แถมยังจงใจไปหาเพื่อนบ้านในอาคารเดียวกัน หวังแพร่เชื้อให้คนอื่น ลากทุกคนลงนรกไปด้วยกัน บางคนถึงขั้นวิปริต เมื่อเพื่อนบ้านไม่ยอมเปิดประตู ก็ใช้เครื่องมืองัดประตูบ้านคนอื่นเข้าไป หมายจะตายตกไปตามกัน
ก่อนหน้านี้ กลุ่มแชตของหมู่บ้านและชุมชนมีข้อความคุยกันไม่ขาดสาย แต่ตอนนี้กลับเงียบลงเรื่อย ๆ ทุกคนกลัวว่าหากเปิดเผยตัวเองออกไป จะมีคนจับตาและตามมาถึงบ้าน
อู๋เจินเจินจำได้ว่า ชาติก่อนแม่ลูกตระกูลหว่านเสียชีวิตในช่วงนี้เอง
ตอนวัคซีนเพิ่งออกมา เธอก็ไม่กล้าพาซินเอ๋อร์ไปฉีดเหมือนกัน แต่พอรัฐบาลจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนแลกข้าว หว่านชุ่ยฮวากลับไม่ยอมไปฉีดเอง แถมยังบังคับให้อู๋เจินเจินกับลูกสาวไปฉีด
อู๋เจินเจินไม่ยอม หว่านชุ่ยฮวาจึงฉวยโอกาสตอนเธอเผลอ ล็อกเธอไว้ในบ้าน แล้วอุ้มซินเอ๋อร์ลงไปยังจุดฉีดวัคซีน เพื่อแลกข้าวมา 500 กรัม
เมื่อเห็นว่าลูกสาวฉีดวัคซีนแล้วไม่มีอาการผิดปกติ อู๋เจินเจินก็ไปฉีดบ้าง หลังจากเจ้าหน้าที่ด้านล่างคอยให้กำลังใจอยู่ไม่หยุด
