ซื้ออาหารทะเลเสร็จ อู๋เจินเจินก็ไม่แวะอยู่ในเมืองจ่านเฉิงนาน รีบขับรถออกเดินทางทันที
เมืองหยกอยู่ระหว่างเมืองจ่านเฉิงกับเมืองหนาน อู๋เจินเจินจึงคิดจะแวะไปซื้อหินดิบเพิ่มอีกหน่อย ให้มิติส่วนตัวกิน แล้วดูว่ามันจะมีอะไรน่าประหลาดใจให้เธออีกหรือเปล่า
ถือโอกาสหาเงินกลับไปด้วย ของที่ซื้อมีมากเกินไป เงินช่างหมดง่ายจริง ๆ ยิ่งซื้อของมากขึ้น ตัวเลขในบัญชีก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
แม้จะยังเหลืออีกไม่น้อย แต่มีเงินสำรองไว้ย่อมดีกว่าไม่มี ยิ่งมากก็ยิ่งดี อย่างไรเสีย ในช่วงสองปีที่ไวรัสแพร่ระบาด เงินก็ยังใช้แลกเปลี่ยนกันได้
หลังขับรถมานาน 5 ชั่วโมง พอตกเย็นอู๋เจินเจินก็มาถึงเมืองหยกอีกครั้ง
มาถึงเมืองหยกแล้ว อู๋เจินเจินตั้งใจหาที่พักดี ๆ นอนสักคืน พรุ่งนี้ค่อยไปเลือกหินดิบที่ศูนย์แสดงสินค้า
แม้ตลาดกลางคืนจะราคาถูก แต่การเลือกทีละก้อนทำให้เสียเวลามาก สินค้าพวกนั้นมาจากกองหินดิบที่ถูกคัดทิ้ง โอกาสได้ของดีต่ำเกินไป ตอนนี้เธอไม่มีเวลามากพอจะไปเสียเวลาอยู่ที่ตลาดกลางคืนแล้ว
อีกอย่าง เซี่ยมู่เฉินรู้ดีว่าตัวเองมีฝีมือในการประเมินแค่ไหน เขาคงไม่ยอมเป็นคนที่ปล่อยให้เธอเอาเปรียบอีกแน่ ไม่แน่ว่าแค่เธอก้าวเข้าไปในโกดังของเขา ก็อาจถูกไล่ออกมาแล้ว
คิดไปคิดมา เธอคงทำได้แค่ไปเลือกที่ศูนย์แสดงสินค้า
เช้าวันถัดมา เวลา 8 โมง อู๋เจินเจินไปเช่ารถบรรทุกก่อน แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังอาคารจัดแสดง
อาคารจัดแสดงของเมืองหยกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นพื้นที่ซื้อขายหินดิบ ชั้นสองเป็นพื้นที่ซื้อขายหยกสำเร็จรูป ส่วนชั้นสามเป็นพื้นที่ประมูล
