ฉายา "พญายมกะดึก" ลอยออกไปจากเคาน์เตอร์พยาบาลห้องฉุกเฉินเป็นจุดแรก
พยาบาลจ้าวยืนกรานหนักแน่นว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนตั้ง
เธอเช็ดถาดทำแผลโดยไม่ยอมเงยหน้า "ฉันพูดแค่ว่า เวรดึกที่มีหมอหลินเย่อยู่ ขนาดพญายมตัวจริงมาก็ยังต้องไปต่อคิวรอเรียกคิวก่อนสิ ใครมันไปดัดแปลงคำพูดกันวะ"
ผลคือพอหลุดเข้าไปในกรุ๊ปแพทย์ฝึกหัด ก็ถูกย่อเหลือแค่ "พญายมกะดึก"
แล้วค่อยทะยานเข้ากรุ๊ปหัวหน้าแผนกต่างๆ แตกหน่อออกมาเป็นประโยคเด็ดเก้าคำ "พญายมขานชื่อ หัวหน้าแผนกรับสาย"
ตอนฉินไห่เลื่อนไปเจอข้อความในกรุ๊ป ฝาแก้วน้ำสเตนเลสในมือมีเสียงดังแกร๊ก เกือบโดนบีบจนเบี้ยว
"ใครปล่อยข่าว"
ในห้องทำงานไม่มีใครส่งเสียงตอบ
หม่าเฮ่าก้มหน้ามุดเข้ากับแฟ้มเวชระเบียน เจี่ยงเผิงแสร้งล้วงหาปากกาในกระเป๋าเสื้อกาวน์ พยาบาลจ้าวถือแผ่นแปะน้ำเกลือทั้งปึกหันหลังกลับแล้วแจ้นหนีไปห้องทำหัตถการ
หลินเย่นั่งอยู่ตรงหน้าจอคอม ใบหูร้อนผ่าวขึ้นมา
เขาเลื่อนเมาส์ถอยออกข้างทาง เคอร์เซอร์บนประวัติคนไข้ในจอยังคงกะพริบรออยู่ตรงช่อง "อาการสำคัญ"
ฟังดูแล้ว เหมือนเขาอยากให้คนไข้เป็นอะไรไม่ดีขึ้นมาจริงๆ ยังไงชอบกล
หม่าเฮ่ากลั้นหัวเราะซะจนหัวไหล่กระตุก "ฉายานี้แจ๋วดีนะ เอกลักษณ์สูงใช้ได้"
หลินเย่ปรายตามองเขา "คนไข้ได้ยินเข้าไม่สบายใจหรอก"
เสียงหัวเราะของหม่าเฮ่าติดคอแข็งไปในบัดดล
เจี่ยงเผิงกดปากกาดังคลิ๊ก "ก็จริงนะ ใครมาห้องฉุกเฉินก็ไม่มีใครอยากเจอคำว่า 'พญายม' หรอก"
พยาบาลจ้าวถือถุงน้ำเกลือที่พึ่งผสมเสร็จเดินผ่านมา น้ำเสียงเย็นๆ "รู้ก็อย่าเอาไปปล่อยมั่วให้มันมาก ห้องฉุกเฉินจะเล่นมุกกันได้ แต่เอาชีวิตคนไข้มาเป็นเรื่องตลกนี่มันชาติหมา"
ทว่าญาติคนไข้ไม่ได้คิดแบบนั้น
ตอนสายๆ มีญาติของคนไข้สูงอายุเอาสำเนาใบสรุปการจำหน่ายมาส่ง พลางถามไปด้วยว่า "คุณหมอหลินขึ้นเวรดึกวันไหนบ้างครับ ตาผมบอกว่า ต่อจากนี้ถ้ามีหน้ามืดแน่นหน้าอกเมื่อไหร่ จะมาเอาวันที่หมอเขาอยู่"
