เซียวเจ๋อเหยียนไปส่งซูเหมียว
ทางออกจากห้องทำงานต้องผ่านเขตฝึกซ้อมของสังเวียนต่อสู้
พวกลูกน้องเห็นเซียวเจ๋อเหยียนเดินออกมาพร้อมซูเหมียว ก็หยุดมือทันที “คุณชายเซียว คุณหนูซู”
“พอดีคนอยู่กันครบ ฉันขอประกาศหน่อย ต่อจากนี้ซูเหมียวเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเยว่ถิงแล้ว” เซียวเจ๋อเหยียนเอ่ยอย่างจริงจัง ซึ่งหาได้ยากนัก
“คุณหนูซูเข้าร่วมเยว่ถิงของพวกเราแล้วเหรอ” ฉินโช่วถามอย่างตื่นเต้น
เมื่อสองวันก่อน พี่เยียนยังบอกอยู่เลยว่าอาจชวนคุณหนูซูมาไม่ได้ ทำเอาเขาเศร้าอยู่ตั้งนาน
ตอนที่คุณหนูซูขึ้นชกนั้นยอดเยี่ยมมาก ถ้ามีโอกาส เขาอยากขอคำชี้แนะจากคุณหนูซูสักสองสามกระบวนท่าจริง ๆ
ซูเหมียวตอบรับเสียงเรียบ “ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”
คิดถึงชานมในตู้เย็น อยากกลับบ้านเร็ว ๆ
“ต้องเป็นพวกเราต่างหากที่ขอคำชี้แนะจากคุณหนูซู” ฉินโช่วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม น้ำเสียงแฝงความประจบอย่างเห็นได้ชัด
ปี้โหลวที่พิงอยู่ข้างเวทีส่งเสียงหัวเราะเยาะ “ชี้แนะงั้นเหรอ เธอจะสอนอะไรพวกเราได้ สอนวิธีประจบคนหรือไง”
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณชายเซียวจะพาผู้หญิงเข้ามาในเยว่ถิงทำไม
ถึงจะพามา ก็ควรเลือกคนที่ดูเข้าท่ากว่านี้หน่อยสิ ดูผิวพรรณบอบบางของเธอสิ ตรงไหนเหมือนคนที่คลุกคลีอยู่ในสังเวียนต่อสู้ใต้ดินบ้าง
คุณชายเซียวจะจีบสาวก็จีบไปสิ ทำแบบนี้มันชวนหงุดหงิดจริง ๆ นะ
“ปี้โหลว แกพูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ” ฉินโช่วสวนกลับทันที
วันแข่งปี้โหลวไม่อยู่ เลยไม่ได้เห็นผลงานสุดยอดของคุณหนูซูบนเวที ส่วนที่เขาไม่เชื่อว่าคุณหนูซูเอาชนะโจ้กเคอร์ได้ก็เป็นเรื่องปกติ
