ซูเหมียวเตรียมแผนไว้สองทาง
ถ้าพวกเขาคุยกันรู้เรื่องได้ก็ดีที่สุด แต่ถ้ายังมัวอ้ำอึ้ง ไม่ยอมพูดกันให้ชัดเจน ไม่ยอมเผชิญหน้ากับปัญหา
ก็ทำได้แค่ใช้วิธีเดียวกับที่เซี่ยเฉินเคยทำ บังคับให้ทั้งคู่แต่งงานกันเสียเลย
ทั้งที่รักกันแท้ ๆ แต่กลับทรมานกันเอง ปล่อยเวลาอันมีค่าให้สูญเปล่าอยู่แบบนั้น
และแล้ว จิ่วถิงเยว่กับเซี่ยเยว่หนิงก็กลายเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อหน้าสายตาของทุกคน
เซี่ยเยว่หนิงอารมณ์ไม่มั่นคงอยู่ตลอดทั้งวัน หลังจากได้ทะเบียนสมรสมาแล้ว จิ่วถิงเยว่ก็พาเธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที กลัวว่าเธอจะรู้สึกไม่สบาย
ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
หลังจากจิ่วถิงเยว่พาเซี่ยเยว่หนิงไปตรวจร่างกายเสร็จ ก็แวะไปหาผู้เฒ่าทั้งสองแห่งตระกูลจิ่ว
ดึกขนาดนี้ เขานึกว่าพวกท่านเข้านอนกันแล้ว
ใครจะคิดว่าพอจิ่วถิงเยว่ผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป กลับพบผู้เฒ่าทั้งสองกับพ่อบ้านชราของบ้านกำลังเล่นไพ่กันอยู่ ดูท่าทางสนุกสนานไม่น้อย บนใบหน้ามีกระดาษแปะอยู่หลายแผ่น
นายหญิงผู้เฒ่าจิ่วเห็นลูกชายคนเล็ก ก็ทิ้งไพ่ในมือ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นดึงกระดาษที่แปะอยู่บนหน้าออก “เป็นยังไงบ้าง สำเร็จไหม?”
อีกสองคนที่เหลือก็ทิ้งไพ่ตาม
นายท่านผู้เฒ่าเงียบ ๆ ลอกกระดาษบนหน้าออก
จิ่วถิงเยว่ไม่พูดอะไร เพียงหยิบสมุดปกแดงออกมาให้ดู
พูดตามตรง เขาไม่คิดเลยว่าซูเหมียวจะถึงขั้นขนสำนักงานกิจการพลเรือนมาที่นี่ หลังขอแต่งงานสำเร็จก็ไปจดทะเบียนทันที เขาเป็นคนแรกเลย
นายหญิงผู้เฒ่าดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ “จริงเหรอ?”
เธอแทบไม่อยากเชื่อ
“จริงค่ะ” เซี่ยเยว่หนิงเดินเข้ามาจากด้านนอก ยิ้มพลางพูด
