……
หลังจากทนให้พ่อแม่สามีมารบกวนอยู่สองวัน พอพวกเขากลับไป หยางเหนียนเหนียนก็รู้สึกว่าชีวิตสดใสขึ้นมาทันตา
ยังดีที่พ่อแม่สามีไม่ได้อยู่ด้วยกันกับเธอ และลู่สือเซินก็ไม่ใช่ผู้ชายไร้จุดยืนที่ติดแม่ ไม่อย่างนั้นเธอคงได้เป็นบ้าจริง ๆ
อากาศดี เธอจึงเอาผ้าห่มกับเสื่อออกไปซักตากข้างนอก เพิ่งทำไปได้ครึ่งเดียว หวังเฟิ่งเจียวก็ยิ้มร่าเดินเข้ามา
“เหนียนเหนียน ร่างกายดีขึ้นหรือยัง? เมื่อวานทำฉันตกใจแทบแย่”
หยางเหนียนเหนียนยิ้มตาหยี “พี่หวัง เมื่อวานรบกวนพี่จริง ๆ ต้องวิ่งไปสถานีอนามัยตั้งไกล”
“พูดอะไรห่างเหินแบบนั้นกัน?” หวังเฟิ่งเจียวทำเสียงตำหนิพลางหยิบยาแก้ปวดออกมาห่อหนึ่ง “เก็บยานี่ไว้สิ คราวหน้าถ้าประจำเดือนมาแล้วปวดท้องก็กินนะ”
“เท่าไรเหรอคะ?”
หยางเหนียนเหนียนอยากจ่ายค่ายาให้หวังเฟิ่งเจียว อีกฝ่ายอุตส่าห์เดินทางไกลไปสถานีอนามัยเพื่อช่วยซื้อยา จะให้เธอควักเงินจ่ายเองได้อย่างไร
หวังเฟิ่งเจียวแสร้งทำเป็นโกรธ “ของราคาแค่สองเหมาเอง ถ้าเธอยังเกรงใจฉันอีก ฉันจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ”
ได้ยินอย่างนั้น หยางเหนียนเหนียนจึงไม่ปฏิเสธอีก รับยามาใส่กระเป๋าไว้
พอไม่มีอะไรทำ หวังเฟิ่งเจียวก็เล่าเรื่องที่ไปบ้านติงหลานอิงเพื่อหายาให้ฟัง
“ผู้อำนวยการติงต้องยังแค้นเรื่องที่เธอสาดน้ำเย็นใส่คราวก่อนแน่ ๆ พูดจาประชดประชันเสียจนฉันนึกเสียใจตั้งแต่ตอนนั้น ไม่น่าไปบ้านเขาเลย”
“ดูหน้าก็รู้แล้วว่าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หยางเหนียนเหนียนนึกอะไรขึ้นมาได้กะทันหัน “รองผู้บังคับกองพันฉินสนิทกับผู้แทนการเมืองจางใช่ไหม? เมื่อวานผู้แทนการเมืองจางยังชวนรองผู้บังคับกองพันฉินไปกินข้าวด้วย”
