เด็ก ๆ หลายคนวิ่งไปล้างมือที่อ่างหน้าประตูอย่างร่าเริง ก่อนจะแย่งกันเข้าไปยกชามบะหมี่ออกมาจากห้องครัว
หวังเฟิ่งเจียวเห็นเด็ก ๆ ตื่นเต้นราวกับได้ฉีดยากระตุ้น ก็ถามอย่างแปลกใจ
“สอบได้ที่หนึ่งกันหรือไง ทำไมแต่ละคนถึงดีใจกันขนาดนี้?”
โจวไห่หยางพูดอย่างเบิกบาน “น้าหยางให้เงินพวกเราคนละสองเหมา บอกให้ไปซื้อไอศกรีมกินครับ”
พอหวังเฟิ่งเจียวได้ยินว่าพวกเขาขอเงินจากหยางเหนียนเหนียน เธอก็คว้ารองเท้าแตะจะตีโจวไห่หยาง แต่เขาหลบได้อย่างคล่องแคล่ว
เขาตะโกนลั่น “น้าหยาง มาดูเร็วครับ แม่ผมจะตีคนแล้ว!”
หวังเฟิ่งเจียวชี้หน้าเขาแล้วดุ “ปกติฉันสอนแกยังไง ถึงได้ไปขอเงินน้าหยางมาใช้แบบนี้?”
หยางเหนียนเหนียนถือชามตะเกียบเข้ามาในห้องโถงพอดี จึงยิ้มอธิบาย “ไม่ใช่พวกเขาขอหรอก ฉันให้เอง เป็นรางวัลให้พวกเขามีกำลังใจตั้งใจเรียน”
จากนั้นเธอก็หันไปบอกเด็ก ๆ ว่า “รีบนั่งลงกินข้าวกันเถอะ”
โจวไห่หยางไม่กล้า “แม่ต้องรับปากก่อนว่าจะไม่ตีใคร ผมถึงจะไปครับ”
หวังเฟิ่งเจียวไม่ได้โกรธจริง ๆ เหนียนเหนียนมีน้ำใจให้เงินเด็ก ๆ เธอซาบซึ้งใจอยู่แล้ว ไม่มีทางโมโหจนตีเด็กให้บรรยากาศอึดอัด จนทุกคนวางตัวไม่ถูกหรอก
เธอพูดอย่างเอ็นดูว่า “ฉันจะวิ่งตามแกทันได้ยังไง?”
พอได้ยินแบบนั้น เด็ก ๆ ก็หัวเราะกันลั่น
พอสอบเสร็จก็ถึงเวลาปิดเทอมอย่างเป็นทางการ เด็ก ๆ ต่างผ่อนคลายกันมาก กินข้าวเสร็จโจวไห่หยางก็อาสาล้างจาน แม้ปกติจะซุกซน แต่เด็กคนนี้หัวไวและขยันทำงานมาก
ช่วงบ่ายเด็ก ๆ ออกไปเล่นกันหมด หวังเฟิ่งเจียวอยู่เฉยไม่ได้ เดี๋ยวก็ถักเสื้อไหมพรม เดี๋ยวก็เย็บพื้นรองเท้า มือของเธอไม่เคยหยุดเลย
