พี่สะใภ้หยางรู้สึกกระดากใจ คิดไปคิดมา สุดท้ายก็ตัดสินใจมาขอโทษหยางเหนียนเหนียน เธอไม่กล้ามาคนเดียว จึงชวนอวี๋หงลี่มาด้วย
“เหนียนเหนียน เรื่องเมื่อบ่ายต้องขอโทษจริง ๆ ฉันไม่ได้คิดจะเอาเงินส่วนต่างคืน แล้วก็ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนก่อเรื่อง ตอนนั้นเห็นคนมุงกันเยอะ เลยอยากมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
พี่สะใภ้หยางรู้สึกกระอักกระอ่วน แม้เธอจะไม่ได้คิดจะคืนเงิน แต่ก็เคยสงสัยจริง ๆ ว่าหยางเหนียนเหนียนเอาส่วนต่างไปกิน
ใครจะคิดว่าหยางเหนียนเหนียนถูกใส่ร้ายจริง ๆ
อวี๋หงลี่ช่วยพูดเสริมอยู่ข้าง ๆ “ใช่แล้ว เรื่องนี้จะโทษพี่สะใภ้หยางก็ไม่ได้หรอก เป็นเย่เหม่ยจิ้งที่คอยยุแหย่อยู่ข้าง ๆ ฉันบอกเธอตั้งนานแล้วว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เธอก็ไม่เชื่อ แถมยังสร้างเรื่องขึ้นมาอีก น่าอายแทนพวกเมียทหารจริง ๆ”
หยางเหนียนเหนียนไม่ค่อยได้คลุกคลีกับอวี๋หงลี่ แต่ก็มองออกว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ลู่ตามลม
ต่อหน้าเธอก็พูดจาให้ร้ายเย่เหม่ยจิ้ง ส่วนต่อหน้าเย่เหม่ยจิ้งจะพูดถึงเธออย่างไรบ้างก็ไม่รู้
เมื่ออีกฝ่ายยิ้มแย้มมาขอโทษ หยางเหนียนเหนียนจึงไม่คิดหาเรื่องพวกเธอ
“พูดกันเข้าใจก็ดีแล้ว ต่อให้เย่เหม่ยจิ้งซื้อกางเกงได้ถูกกว่าที่นี่จริง ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะซื้อจากคนละร้านกัน ราคาไม่เท่ากันอยู่แล้ว ส่วนต่างแค่ไม่กี่หยวน พิสูจน์ไม่ได้หรอกว่าใครเป็นคนกลางเอาเงินที่ไม่ควรได้เข้ากระเป๋า”
“ใช่ ๆ” อวี๋หงลี่คล้อยตามอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่ว่าหยางเหนียนเหนียนจะพูดอะไร เธอก็ไม่โต้แย้ง
ต่อให้ซ่งเฉียนเฉิงทำงานไปอีกสิบหรือยี่สิบปี ก็ยังสู้ลู่สือเซินไม่ได้ เธอไม่มีทางออกหน้าเข้าข้างเย่เหม่ยจิ้งแล้วเป็นศัตรูกับหยางเหนียนเหนียนแน่
