เย่เหม่ยจิ้งจ้องหยางเหนียนเหนียนเขม็ง ก่อนตำหนิเสียงกร้าว “อย่ามาพูดจาบิดเบือนเลย ฉันซื้อกลับมาในราคา 13 หยวนเป็นเรื่องจริง เธอหากำไรอย่างไม่ละอายใจ ตอนนี้ยังแก้ตัวไปสารพัด เห็นชัด ๆ ว่าอยากบิดเบือนความจริง แถมยังไม่สำนึกอีก”
หยางเหนียนเหนียนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แม้แต่เปาบุ้นจิ้นตัดสินคดียังต้องดูหลักฐาน จะมาตัดสินลงโทษกันโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้ ถ้าพวกคุณอยากตัดสินว่าฉันผิด ก็เอาหลักฐานที่ชัดเจนออกมา ไม่อย่างนั้นเราก็ไปหาผู้การอาวุโสให้ช่วยตัดสินกันเถอะ”
แม้เธอจะอายุน้อยที่สุดในหมู่ภรรยาทหาร แต่กลับพูดจาฉะฉานไม่สะทกสะท้าน ความมั่นใจยังมากกว่าเย่เหม่ยจิ้งเสียอีก
ทำเอาทุกคนเริ่มสงสัยว่าเธอถูกใส่ร้ายจริงหรือเปล่า
บางทีร้านค้าคนละร้านอาจขายกางเกงในราคาต่างกันก็ได้ไม่ใช่หรือ?
แค่นี้ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าหยางเหนียนเหนียนได้กำไรจากส่วนต่างราคาเสียหน่อย
ติงหลานอิงถูกคนอื่นตั้งข้อสงสัยเรื่องความยุติธรรมต่อหน้าธารกำนัล แถมอีกฝ่ายยังจะไปเอาเรื่องถึงผู้การอาวุโส สีหน้าของเธอจึงบูดบึ้งยิ่งกว่าส้วมเสียอีก
“เธอคิดว่าผู้การอาวุโสเป็นคุณลุงข้างทางที่ว่างจนไม่มีอะไรทำหรือไง ถึงจะมานั่งตัดสินเรื่องให้เธอ?”
หยางเหนียนเหนียนตอบ “ถ้าคำตัดสินไม่ทำให้คนเชื่อ ฉันก็ถูกใส่ร้ายน่ะสิ”
ติงหลานอิงโมโหจนแทบตาถลน หันไปถลึงตาใส่เย่เหม่ยจิ้งแล้วถามว่า “ตกลงเธอซื้อที่ไหน?”
ถ้าเรื่องไปถึงผู้การอาวุโสจริง ๆ ก็ไม่มีประโยชน์กับเธอเลย
ภรรยาทหารตั้งมากมายกำลังมองอยู่ ถ้าไม่ทำให้หยางเหนียนเหนียนยอมรับคำตัดสิน ต่อไปคงถูกคนเอาไปนินทาแน่
จู่ ๆ ติงหลานอิงก็พบว่า การตัดสินความให้คนอื่นเป็นงานที่เหนื่อยเปล่าแถมไม่ได้อะไรดี ๆ กลับมาเลย
