ซังหลิงปัดมือเขาออก
เธอมองเขานิ่ง ๆ อยู่สองวินาที
ฮั่วฉี่เฉินถูกเธอมองจนขนลุกซู่
“น้องสาว เป็นอะไรไป?”
ซังหลิงหลุบตาลง “รู้แล้ว”
เธอหันหลังเดินออกไป น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย ทว่าราบเรียบเจือความหม่นหมอง “อย่าตามฉันมา”
ได้ยินคำเรียกแบบนี้แล้วหงุดหงิดชะมัด
อยากวางยาจนฮั่วฉี่เฉินพูดไม่ได้!
เธอยอมรับว่าจิตใจตัวเองไม่ปกติ มืดมนบิดเบี้ยว และเต็มไปด้วยความริษยา
แต่แล้วอย่างไร ซังหลิงไม่สนใจหรอก
แน่นอนว่าฮั่วฉี่เฉินไม่มีทางเชื่อฟัง ไม่ตามเธอไปจริง ๆ
“หลิงหลิง จะกลับบ้านไหม พี่ไปส่ง”
ซังหลิงเรียกรถไว้แล้ว ตอนนี้ยืนรออยู่หน้าประตู
ได้ยินเช่นนั้น เธอก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้า “ฉันนัดเพื่อนไว้”
ฮั่วฉี่เฉินซักไซ้ไม่เลิก “เพื่อนคนไหน ผู้ชายหรือผู้หญิง?”
ซังหลิงถามกลับ “พี่สนใจด้วยเหรอ?”
ฮั่วฉี่เฉินยอมแพ้ “ถามอะไรไร้สาระ! ฉันเป็นพี่ชายเธอ ก็ต้องกันคนไม่หวังดีทุกคนให้ออกห่างจากเธอสิ!”
ซังหลิงยกมุมปากขึ้นนิด ๆ ขี้เกียจจะตอบเขา
ฮั่วฉี่เฉินรออยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ
เอาเถอะ เจ้าหญิงของเขากำลังใช้ความเงียบลงโทษเขาอีกแล้ว
ฮั่วฉี่เฉินแสร้งถามเหมือนไม่ได้ใส่ใจ “สรุปว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ บอกพี่หน่อยสิ?”
ซังหลิงหัวเราะหึ “ผู้ชาย”
“ไม่ได้!”
ฮั่วฉี่เฉินขึ้นเสียงทันที ก่อนจะรู้ตัวว่าท่าทีเมื่อครู่ชวนเสียหน้าอยู่บ้าง จึงรีบแก้ตัว “ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เธอยังเด็กอยู่ เชื่อฟังนะ เราไม่ไปเล่นกับผู้ชายกัน”
แสงนีออนระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืนสะท้อนอยู่ในดวงตาซังหลิง ราวกับทางช้างเผือก
เธอหันมามองเขา ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “พี่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน”
ฮั่วฉี่เฉินตอบ “นั่นมันไม่เหมือนกัน ฉันเป็นพี่ชายเธอ!”
ซังหลิงหัวเราะเย็นชา
