หญิงสาวไม่รู้จักปฏิเสธคนอื่น พอถูกตื๊อจนจนใจ จึงได้แต่หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนอย่างอับจนหนทาง
เด็กหนุ่มดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ กำลังจะสแกนคิวอาร์โค้ด จู่ ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งก็ยื่นมาปิดไว้
“นักศึกษา ตอนนี้เป็นเวลาทำงานของพนักงานร้านนะครับ”
เสียงทุ้มนุ่มแต่เว้นระยะห่างดังขึ้นจากด้านหลังของซังหลิง
ซังหลิงรีบเงยหน้า ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “ผู้จัดการร้าน...”
ซ่งถานอวี้ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ แล้วตบไหล่ซังหลิงเบา ๆ “ไปทำงานเถอะ”
ซังหลิงราวกับได้รับการปลดปล่อย รีบถือถาดแล้ววิ่งหนีไปทันที
ความจริงแล้ว ทันทีที่ซ่งถานอวี้ปรากฏตัว เด็กหนุ่มก็แทบอยากขุดหลุมมุดหนีไปให้พ้น
ซ่งถานอวี้ยิ้มอย่างเป็นมิตร “นักศึกษาคนนี้ ฉันว่าหน้าคุ้น ๆ นะครับ?”
“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่! อาจารย์จำผิดแล้วครับ! ลาก่อนครับอาจารย์!”
เด็กหนุ่มลากเพื่อนพุ่งเข้าไปข้างในโดยไม่หันกลับมามอง
ช่วยด้วย! แค่ผู้หญิงที่อยากจีบเป็นพนักงานของอาจารย์ก็ว่าแย่แล้ว ตอนขอช่องทางติดต่อยังถูกอาจารย์จับได้คาหนังคาเขาอีก!
ซ่งถานอวี้เลิกคิ้ว สายตากวาดผ่านภายในร้านอย่างเฉยเมย นักศึกษาทุกคนที่ถูกเขามองต่างพากันเกร็งไปทั้งตัว
กลัวว่าจะถูกเรียกชื่อ
โชคดีที่ซ่งถานอวี้หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ซังหลิงกำลังล้างแก้ว จู่ ๆ มือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนก็ยื่นเข้ามาข้างกาย แล้วหยิบแก้วไป
ซังหลิงสะดุ้ง พอเห็นว่าเป็นซ่งถานอวี้ก็พลันกระอักกระอ่วน “ผู้จัดการร้าน ให้ฉันทำเองเถอะค่ะ เมื่อกี้ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจอู้งานนะคะ...”
เธอชอบงานนี้มาก ทั้งยังชอบบรรยากาศในร้านด้วย
ซังหลิงกังวลว่าจะถูกไล่ออก จึงยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างซ่งถานอวี้ ราวกับนักเรียนประถมที่ทำผิดมา
“ไม่ได้บอกว่าเธออู้งานสักหน่อย ถ้าไม่อยากเพิ่มเพื่อน ก็ปฏิเสธได้เลย”
ซ่งถานอวี้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดน้ำออกจากแก้วที่ล้างสะอาดแล้ว ก่อนจะวางเรียงเข้าไปในตู้อบฆ่าเชื้อทีละใบ
ตอนทำงานเขาดูตั้งใจมาก แสงไฟโทนอุ่นเคลือบปลายขนตาไว้ งดงามราวกับถูกปลายพู่กันบรรจงวาดขึ้นมา
จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ซ่งถานอวี้จึงหันมามองหญิงสาวตรงหน้าที่มีสีหน้ากังวลใจ
เขาถอนหายใจแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนเอ่ยให้กำลังใจ “กล้าขึ้นอีกหน่อยก็ได้นะ ไม่มีใครทำใจโกรธเธอลงหรอก อืม?”
ซังหลิงถูกชมจนหน้าแดงเล็กน้อย เธอจะดีอย่างที่ผู้จัดการร้านพูดได้อย่างไรกัน
“แต่ว่า...”
ซ่งถานอวี้หยิบโทรศัพท์ออกมา “แต่ตอนนี้ฉันอยากขอเพิ่มช่องทางติดต่อของเธอ แน่นอนว่าเธอมีสิทธิ์ปฏิเสธนะ”
เขายิ้มบาง ๆ พลางรอคำตอบจากซังหลิงอย่างเงียบ ๆ
“ได้สิคะ ได้แน่นอนค่ะ”
ซังหลิงจะปฏิเสธได้อย่างไร เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่กลับลืมไปว่าคราบน้ำบนมือยังไม่แห้ง พอน้ำกระเด็นโดนหน้าจอ หน้าต่างแชตก็เปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ข้อความเสียงดังขึ้นทันที
“ที่รัก ขอโทษนะ ตอนที่เธอเจ็บปวด ฉันไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ที่รัก อย่าโกรธฉันเลยนะ...”
เสียงแหบพร่าปนอดกลั้นของผู้ชายดังก้องขึ้นระหว่างทั้งสองคน ท่ามกลางบรรยากาศชวนกระอักกระอ่วน ซังหลิงรีบออกจากหน้าแชตอย่างมือไม้พันกัน แล้วเปิดคิวอาร์โค้ดให้ซ่งถานอวี้
ตั้งแต่ต้นจนจบเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า นิ้วมือสั่นระริกเล็กน้อย
“ผะ...ผู้จัดการร้านสแกนของฉันได้ไหมคะ?”
“ได้สิ”
ซ่งถานอวี้ยิ้มโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน เสียงติ๊งดังขึ้น หน้าโปรไฟล์ของหญิงสาวก็ปรากฏตรงหน้า
ขณะที่กดส่งคำขอ เขาก็ถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “แฟนเหรอ?”
“เอ่อ...น่าจะ...” ใบหน้าซังหลิงยังคงร้อนผ่าว พอนึกถึงเฮ่อซูเหยียน เธอก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มจนดวงตาโค้ง “เป็นแฟนค่ะ!”
ซ่งถานอวี้พูดว่า “ส่งคำขอไปแล้วนะ”
ซังหลิงตอบรับรัว ๆ “ผ่านแล้วค่ะ” เธอสงสัยจึงจิ้มรูปโปรไฟล์ของซ่งถานอวี้ เป็นแมวส้มตัวอ้วนกลม ดูไม่เข้ากับบุคลิกโดยรวมของเขาเลย “นี่...แมวของผู้จัดการร้านเหรอคะ?”
“อืม ชอบแมวเหรอ?”
“ชอบค่ะ” ซังหลิงวาดฝัน “ถ้าต่อไปฉันมีบ้านเป็นของตัวเอง ฉันจะเลี้ยงแมวสักตัวให้ได้เลย~”
ซ่งถานอวี้ยิ้มบาง ๆ “ถ้ามีโอกาสจะพาตุนหวงมาให้เธอเล่นนะ”
ตุนหวงเหรอ?
ซังหลิงคิดในใจ สมกับเป็นแมวของผู้จัดการร้าน ชื่อช่างยิ่งใหญ่เสียจริง
“ดีเลยค่ะ!”
ซ่งถานอวี้มีบรรยากาศที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจได้ พออยู่ข้างเขาแล้วก็มักจะผ่อนคลายได้ง่าย
ซังหลิงทำงานถึงหนึ่งทุ่มแล้วสลับกะกับเพื่อนร่วมงาน ก่อนเดินไปป้ายรถเมล์
เจ้าก้อนขนตัวน้อยอดทนรอมาทั้งวัน ในที่สุดก็รอจนซังหลิงว่าง
มันกระโดดออกมาเกาะบนไหล่ซังหลิง แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดเงาร่างของหญิงสาวให้ยาวเฉียงไปบนพื้น
มันเป็นห่วงมาก “โฮสต์ เธอไม่ได้ไลฟ์มาสามวันแล้วนะ ถ้าเป็นแบบนี้ พระเอกกับคนอื่น ๆ จะทำยังไงล่ะ”
แม้โชคชะตาของซ่งถานอวี้จะดีมาก ไม่ได้ด้อยไปกว่าพระเอกเลย การทำภารกิจพิชิตใจเขาก็ทำให้ได้รับพลังงานไม่น้อยเช่นกัน
แต่ตอนนี้การไลฟ์เป็นสายสัมพันธ์เดียวที่เชื่อมเธอกับผู้ถูกเลือกแห่งโชคชะตาอีกหลายคน
ถ้าพลังงานที่ได้มาไม่พอจนภารกิจล้มเหลว ซังหลิงก็จะถูกส่งกลับไปยังโลกเดิม มันทำใจไม่ได้เลย QAQ
ซังหลิงยิ้ม “งั้นคืนนี้กลับมาไลฟ์กันดีไหม?”
เจ้าก้อนขนตัวน้อยดีใจจนกระโดดโลดเต้นทันที “เย้!”
ซังหลิงคิดทบทวนอย่างรอบคอบแล้วจึงหยุดไลฟ์ ตามภาพลักษณ์ที่เธอสร้างไว้ เธอเปราะบาง อ่อนไหว ขาดความมั่นใจ แถมยังเคยป่วยมาก่อน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นรูปร่างอ้วนท้วมหรือ ‘ทุกสิ่ง’ ที่เธอทำ ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งนั้น
ตอนนี้พอเธอหยุดไลฟ์ ไม่ว่าคนที่ติดตามเธอจะคิดอย่างไร ก็ต้องเกิดความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเธอขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
อย่างเช่น ‘พี่คั่ว’
หลังเกิดเรื่อง ต่อให้ดับเบิลยูแอลกับพี่คั่วและคนอื่น ๆ จะส่งของขวัญให้เซียวเซียวหยาเพื่อทำให้เธอเสียหน้า ซังหลิงก็ไม่ได้บล็อกพวกเขา
พี่คั่ว: 【วันนี้ไลฟ์ไหม?】
พี่คั่ว: 【ไม่ไลฟ์เหรอ?】
พี่คั่ว: 【วันนี้ก็ไม่เปิดไลฟ์อีกเหรอ?】
พี่คั่ว: 【...สองสามวันนี้เธอคงหลบไปร้องไห้อยู่ใช่ไหม? นี่ เป็นสตรีมเมอร์จะใจบางไม่ได้ เข้าใจไหม】
พี่คั่ว: 【ก็ได้...ยอมรับว่าตอนนั้นฉันส่งของขวัญให้เซียวเซียวหยาจนเธอเสียหน้า งั้นเปิดไลฟ์สิ ฉันชดเชยให้สองเท่าดีไหม?】
พี่คั่ว: 【ตกลงจะเปิดไลฟ์ไหมเนี่ย!】
หลายวันมานี้เจียงคั่วส่งข้อความหาซังหลิงอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้รับคำตอบจากเธอเลย
ซังหลิงดูข้อมูลของคนเหล่านั้นมาแล้ว จึงรู้ว่าเจียงคั่วเป็นคนใจดีที่สุดในบรรดาพวกเขา และยังเป็นคนที่พิชิตใจได้ง่ายที่สุดด้วย
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มหวาน
หลิงเป่า: 【คุณยังอยากทำอะไรอีกเหรอ?】
ในหอพักชาย เจียงคั่วสบถคำหนึ่งแล้วกระโดดลงจากเตียง
เพื่อนร่วมห้องหันมามองเขาอย่างสงสัย “พี่คั่ว นายถูกรางวัลใหญ่เหรอ?”
พูดจบก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “แต่สำหรับมหาเศรษฐีรุ่นที่สามอย่างนาย รางวัลใหญ่คงยังซื้อรถสักคันไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“ไปให้พ้น! ใครจะรังเกียจเงินที่ได้มาฟรีกัน?”
เจียงคั่วโบกมือไล่ให้พวกเขาไปให้พ้น หลิงเป่าตอบเขาแล้ว! แต่คำพูดนี้หมายความว่ายังไง? คิ้วหนาของเขาขมวดแน่น ใบหน้าดูราวกับมีเรื่องทุกข์ใจใหญ่หลวง
คิดว่าเขาจะหาเรื่องเธออีกหรือไง? ผู้หญิงคนนี้เห็นเขาเป็นคนแบบไหนกัน!
น่าโมโห!
เขารัวนิ้วพิมพ์ข้อความ
พี่คั่ว: 【จะทำอะไรได้ล่ะ ให้ของขวัญเธอไง!】
พี่คั่ว: 【ไม่เชื่อเหรอ? งั้นตอนนี้เปิดไลฟ์สิ ฉันจะส่งเรือสำราญหรูสิบลำให้เธอเป็นหลักฐาน】
พี่คั่ว: 【อยู่ไหน? หายไปไหนอีกแล้ว?】
พี่คั่ว: 【เออ ๆ พอแผนพังแล้วก็ไม่เสแสร้งแล้วสินะ เมินฉันอยู่ได้?】
ซังหลิงไม่ได้เห็นข้อความจริง ๆ เพราะทันทีที่เธอขึ้นรถ สายโทรศัพท์ของเฮ่อซูเหยียนก็โทรเข้ามา
