มีมี่ราวกับรับรู้ได้ว่ามนุษย์กำลังชมเชย จึงแกว่งหางฟูฟ่องใหญ่โตไปมา
หลังขนแห้งฟูฟ่องขึ้นมา ดูเหมือนสิงโตตัวน้อยเลย
“สวยจัง”
อีกทั้งคืนนั้นเธอมองไม่ชัดด้วย พอมาอยู่ในห้องรับแขกที่มีแสงแดดส่องเต็มที่ ถึงได้เห็นว่าดวงตาของมันเป็นสีฟ้าครามใสราวกับทะเลสาบ
“สงสัยว่าผมสับเปลี่ยนตัวหรือไง?” หรงหยวนหัวเราะเบา ๆ
ซังหลิงถูกเขามองเช่นนั้นก็เขินจนเบือนหน้าหนี ก่อนจะเดินไปเล่นกับแมว
หรงหยวนเห็นท่าทางของเธอแล้วจึงเตือน “แมวตัวนี้ดุ ระวังมันข่วนเอา”
“เอ๊ะ...อย่างนั้นเหรอคะ?”
มือที่เธอตั้งใจจะยื่นออกไปยังไม่ทันได้ชักกลับ มีมี่ก็พุ่งเข้ามาเอาหน้าถูไถมือของซังหลิงเสียแล้ว ราวกับได้กลิ่นกัญชาแมว หัวน้อย ๆ ของมันคลอเคลียอยู่กลางฝ่ามือเธอไม่หยุด
ราวกับกำลังบอกว่า มนุษย์ มาลูบฉันสิ มาลูบฉันสิ!
ซังหลิงมองลูกแมวที่เริ่มครางครืดคราดแล้วหันไปมองหรงหยวน ก่อนจะช่วยแก้ต่างให้มีมี่ว่า “พี่คะ มีมี่ไม่ดุเลยสักนิด แถมยังขี้อ้อนมากด้วย”
หรงหยวน “……”
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขามองเห็นความประจบประแจงบนใบหน้าแมว
หึ
มื้อกลางวันจัดเตรียมไว้อย่างหรูหรา แต่พออาหารขึ้นโต๊ะ ซังหลิงกลับลำบากใจ
หรงหยวนชอบกินเผ็ดอย่างไม่น่าเชื่อ อาหารหลายจานเป็นอาหารเสฉวนแท้ ๆ
ซังหลิงกินไปแค่คำเดียวก็สำลักเพราะเผ็ดจัด น้ำตาคลอเบ้า พลางร้องขอน้ำดื่ม
ที่จริงหรงหยวนไม่ได้สนใจจะรู้ว่าลูกสาวของศัตรูมีนิสัยการกินอย่างไรนัก แต่บางครั้งเขาก็อยู่กินข้าวที่บ้านตระกูลซัง ซึ่งอาหารส่วนใหญ่เป็นรสจืด เหตุผลหลักเป็นเพราะใครนั้นก็พอจะเดาได้