“ซี๊ด—”
มือของชายหนุ่มบีบคางหญิงสาวไว้ ก่อนจะเชยขึ้นอย่างฉับพลัน แววตาลึกล้ำยากหยั่งถึง
“คุณทำอะไรน่ะ!” ซังหลิงพยายามแกะมือเขาออก
“จะหาอีกคนหรือ? เราเพิ่งจดทะเบียนสมรสกันไม่ถึงวัน คุณนี่กินเก่งไม่เบาเลยนะ”
ฉินจ้าวหยวนเอ่ยอย่างมีเลศนัย “คิดว่าตัวเองรับไหวหรือไง?”
มองเด็กสาวตัวเล็กบอบบางอย่างนั้น ไม่รู้เลยหรือว่าเรี่ยวแรงของสัตว์มนุษย์มีมากแค่ไหน?
“ไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร”
ซังหลิงกลอกตา ดิ้นขลุกขลักเสียจนฉินจ้าวหยวนไม่คิดจะทำร้ายเธอ เขาจึงปล่อยมืออย่างรวดเร็ว
“นั่งดี ๆ”
พูดด้วยเหตุผลก็ไม่รู้เรื่อง ฉินจ้าวหยวนรู้สึกเหมือนตัวเองหาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ
เขากวาดตามองการตกแต่งในห้องนอนทั้งหมด คร่าว ๆ ก็พอจะรู้แล้วว่าต้องทำอะไร จากนั้นจึงเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเริ่มจัดของ
สัตว์มนุษย์ไม่ได้บอบบางเอาแต่ใจเหมือนมนุษย์ พวกเขาผ่านการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้พึ่งพาตัวเอง แค่เก็บสัมภาระจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ซังหลิงนั่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง กอดอกมองฉินจ้าวหยวนทำงาน
ระบบจุ๊ปากสองที “แบบนี้เรียกปากไม่ตรงกับใจหรือเปล่านะ”
ห้องแต่งตัวมีเสื้อผ้าอัดแน่นเต็มไปหมด คิดจะพึ่งกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ๆ คงเป็นไปไม่ได้
ย้ายบ้านต้องใช้กล่องสำหรับขนของ
ฉินจ้าวหยวนกดหว่างคิ้ว แล้วเดินกลับมายืนตรงหน้าซังหลิงเพื่อปรึกษาเธอ
“ของคุณเยอะเกินไป ไว้วันหลังค่อยย้าย”
ซังหลิงขมวดคิ้ว กำลังจะพูด ฉินจ้าวหยวนก็รู้ทันเสียก่อน “เอาของที่จำเป็นต้องใช้ไปก่อน”
ซังหลิงปรายตามองเขา “แต่ฉันต้องใช้ทุกชิ้นเลยนะ”
ฉินจ้าวหยวนมองแขนขาเรียวเล็กของเธอ ก็ไม่เห็นจะมีขางอกออกมาเป็นสิบ ๆ ข้างเหมือนตะขาบสักหน่อย
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“ในห้องแต่งตัวมีเสื้อผ้าเป็นร้อยชุด แล้วก็รองเท้าอีกหลายสิบคู่”
“ใช่น่ะสิ ฉันเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ทุกวันตามอารมณ์ เพราะงั้นต้องมีเสื้อผ้าเยอะ ๆ ถึงจะจับคู่ได้ แล้วยังมีเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋าอีก...” ซังหลิงนับทีละชิ้นด้วยนิ้วมือเรียวบาง
ยุ่งยากจริง ๆ
ฉินจ้าวหยวนเอ่ย “พรุ่งนี้ค่อยหาคนมาช่วยย้าย”
“วันนี้แหละ”
ฉินจ้าวหยวนสบตาเด็กสาว ดวงตากลมดำสนิท หางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนเอาแต่ใจ
