รุ่งเช้าวันถัดมา ท้องฟ้าเพิ่งสาง ฉินจื้อก็มาส่งอาหารเช้าตรงเวลา พร้อมกล่องใบหนึ่งที่ห่อมาอย่างประณีต
พอได้ยินว่าซังหลิงยังนอนอยู่ เขาก็ไม่ได้ปลุกเธอ
ตอนจ้าวเสี่ยวเหมยช่วยยกของเข้าไป ซังหลิงยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม นอนสะลึมสะลือ
“ในมือเธอถืออะไรอยู่เหรอ?”
ซังหลิงหาวหวอด ขยี้ตา แล้วขยับตัวดุกดิกอยู่ใต้ผ้าห่มเพื่อหาท่านอนที่สบายกว่าเดิม
“พี่ฉินจื้อมาส่งให้เมื่อเช้า เป็นอาหารเช้า…ส่วนอันนี้ก็ให้พี่เหมือนกัน น่าจะเป็นของขวัญนะ?” จ้าวเสี่ยวเหมยวางกล่องไว้ข้างเตียง
พูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก
คนที่มาคือเซี่ยซือเหมียน
พอเห็นกล่องในมือเขา จ้าวเสี่ยวเหมยผู้ซื่อใสก็เกาท้ายทอย
“สหายเซี่ย เอาของมาฝากพี่ซังหลิงเหมือนกันเหรอ?”
แววตาของเซี่ยซือเหมียนไหววูบ “เหมือนกัน?”
จ้าวเสี่ยวเหมยบอกว่า “เมื่อครู่พี่ฉินจื้อก็มาเหมือนกันค่ะ”
หลังผ่านปีใหม่ จ้าวเสี่ยวเหมยก็อายุครบ 18 ปีแล้ว เด็กสาวย่อมเติบโตเร็วกว่าใครอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เธอก็เคยเห็นต้าจ้วงแสดงท่าทีเกี้ยวพาราสีพี่อวี้หัว
เธอจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอไม่หลงตัวเองถึงขั้นคิดว่าอีกฝ่ายมาหาเธอ จึงพูดกับเซี่ยซือเหมียนเหมือนที่พูดกับฉินจื้อเมื่อครู่ว่า “พี่ซังหลิงยังนอนอยู่ค่ะ เอ่อ…ให้ฉันช่วยเอาเข้าไปให้ไหม?”
เซี่ยซือเหมียนอยากเป็นคนเอาของขวัญไปให้ซังหลิงด้วยตัวเองมากกว่า
แต่พอนึกถึงฉินจื้อ แววตาของเซี่ยซือเหมียนก็เย็นลงเล็กน้อย
เขาตอบเสียงนุ่มว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร”
ตอนจ้าวเสี่ยวเหมยประคองกล่องกลับเข้าห้อง ซังหลิงลุกขึ้นนั่งแล้ว กำลังแกะของที่ฉินจื้อส่งมา
ซังหลิงเห็นว่าในมือจ้าวเสี่ยวเหมยยังมีกล่องอีกใบ
