บริเวณใกล้บ้านซังหลิงคือย่านมหาวิทยาลัย
เธอผลักประตูร้านกาแฟเข้าไป กระดิ่งลมดังคลอเสียงจักจั่น ก้องกังวานไพเราะท่ามกลางหน้าร้อนอันอบอ้าว
ยามเช้าภายในร้านเงียบสงบ กลิ่นขมเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟอบอวลอยู่ในอากาศ
“สวัสดีค่ะ”
ซังหลิงมองชายหนุ่มที่กำลังยุ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ก่อนถามว่า “ฉันเห็นประกาศรับสมัครงานติดอยู่ด้านนอก ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังรับคนอยู่ไหมคะ?”
เสียงของหญิงสาวนุ่มนวลแผ่วเบา
ซ่งถานอวี้วางแก้วลงแล้วหันไปตามเสียง เห็นเป็นหญิงสาวอายุน้อยคนหนึ่ง
เขาถอดผ้ากันเปื้อนแล้วก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ “เชิญนั่งก่อนสิ สะดวกแนะนำตัวเองหน่อยไหม?”
ซังหลิงผ่อนลมหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก
เธอมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าต่าง ท่าทางสบาย ๆ แต่สง่างาม แล้วกำมือแน่นด้วยความประหม่า “ฉันชื่อซังหลิง ปีนี้อายุ 19 ปี...”
แค่ฟังเสียงที่สั่นเล็กน้อยก็รู้ว่าเธอกำลังประหม่า
ซ่งถานอวี้ยิ้มให้เธออย่างปลอบโยน “ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ แต่ขอถามหน่อยนะ อายุเท่านี้...ไม่ได้เรียนอยู่แล้วหรือ?”
ซังหลิงก้มหน้า “ฉันพักการเรียนค่ะ”
ซ่งถานอวี้กล่าวว่า “ขอโทษนะ” แล้วเปลี่ยนเรื่อง “แล้วเคยทำงานในร้านกาแฟมาก่อนไหม?”
“...ไม่เคยค่ะ แต่ฉันเรียนรู้ได้!”
ใบหน้าซังหลิงแดงก่ำแทบเลือดซิบ เธอรีบประนมมือ ดวงตาคลอด้วยประกายน้ำใสแจ๋ว หวังให้เจ้าของร้านรับเธอเข้าทำงาน “ฉันจำเป็นต้องได้งานนี้จริง ๆ ให้ฉันลองทำได้ไหมคะ?”
หญิงสาวสวมหน้ากากจนมองเห็นใบหน้าไม่ชัด มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่สดใสเป็นธรรมชาติ ทำให้ซ่งถานอวี้นึกถึงแมวที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน
เขาหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็ลองดูสิ มานี่ก่อน ฉันจะสอนพื้นฐานให้”
ซ่งถานอวี้ลุกขึ้นเดินไปยังเคาน์เตอร์ชงกาแฟ พลางส่งสัญญาณให้ซังหลิงตามมา
ซังหลิงร้องดีใจอย่างกระตือรือร้น ก่อนแอบให้กำลังใจตัวเองเสียงเบา
ซ่งถานอวี้ได้ยินเข้าก็ส่ายหน้า รอยยิ้มในดวงตาค่อย ๆ แผ่กว้าง
เสี่ยวเหมาเฉียวไม่คิดเลยว่าคราวนี้โฮสต์ออกจากบ้านมาเพื่อทำงานพิเศษ
“โฮสต์ งานพิเศษเหนื่อยมากเลยนะ!”
ซังหลิงแอบดีดมันเบา ๆ “เจ้าทึ่ม ดูสิว่าคนนี้เป็นใคร”
เสี่ยวเหมาเฉียวค้นคลังข้อมูลอย่างงุนงง
ก่อนจะร้องขึ้นว่า “ว้าว! ซ่งถานอวี้นี่นา!”
หนึ่งในตัวละครชายรองผู้โดดเด่นของโลกนี้
ครอบครัวมีฐานะดี สุภาพอ่อนโยน เป็นอาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยบี ร้านกาแฟแห่งนี้ก็เป็นร้านที่เขาเปิดเอง
เสี่ยวเหมาเฉียวเอ่ยชมอย่างจริงใจ “โฮสต์ฉลาดจังเลย!”
โฮสต์อ่านข้อมูลภูมิหลังแค่ครั้งเดียว ก็จำได้หมดเลยนี่นา!
“รู้จักอุปกรณ์พวกนี้ไหม?”
ซังหลิงส่ายหน้าอย่างกระดากอาย “ฉันรู้แค่ว่านี่คือเครื่องชงกาแฟค่ะ”
ซ่งถานอวี้ยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไร คนที่ไม่ค่อยชอบดื่มกาแฟไม่รู้จักก็เป็นเรื่องปกติ”
“เมล็ดกาแฟชนิดนี้คือเกอิชาจากปานามา มีต้นกำเนิดจากป่าเกอิชาในเอธิโอเปีย...”
เสียงของชายหนุ่มไพเราะน่าฟัง บางทีอาจเป็นเพราะเกี่ยวข้องกับอาชีพของเขา เวลาพูดจึงเป็นลำดับชัดเจนและลื่นไหล ฟังไปฟังมาเธอก็เผลอเคลิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
เขาเทเมล็ดกาแฟที่ชั่งน้ำหนักไว้แล้วลงในเครื่องบดมือ ก่อนบอกซังหลิงว่า “ฉันชอบบดมือมากกว่า แต่ถ้าเป็นวันปกติ เธอใช้ฟังก์ชันบดเมล็ดกาแฟที่ติดมากับเครื่องชงได้...”
กระจายผงกาแฟ กดผงกาแฟ สกัดกาแฟ...
ท่วงท่าของชายหนุ่มชวนมอง ข้อนิ้วเรียวยาว เล็บตัดแต่งสะอาดเรียบร้อย ใต้ผิวบาง ๆ เห็นเส้นเลือดสีเขียวชัดเจน
แฝงแรงดึงดูดทางเพศที่สุขุมลุ่มลึก
“ลองชิมดูไหม?”
ซ่งถานอวี้ยื่นกาแฟแก้วหนึ่งมาตรงหน้าซังหลิง
“เอ๊ะ ให้ฉันดื่มเหรอคะ?”
ซังหลิงรีบถอดหน้ากาก ไม่ทันสังเกตแววตาตะลึงในความงามที่วาบผ่านดวงตาของชายหนุ่ม เธอประคองแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างระมัดระวัง
แม้จะพยายามแล้ว แต่ชั่วขณะต่อมาใบหน้าเล็ก ๆ ของซังหลิงก็ยังย่นเข้าหากัน
“ขมจัง!”
ซ่งถานอวี้กลั้นยิ้มไม่อยู่
“รสชาติของเมล็ดกาแฟล้วน ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ”
เขาชวนซังหลิงลองชงกาแฟด้วยตัวเอง แล้วถามว่าเมื่อครู่เธอจำขั้นตอนได้หรือเปล่า
ซังหลิงอยากได้งานนี้มาก จึงรีบพยักหน้า ไม่สนใจรสขมที่ปลายลิ้น แล้วทำตามขั้นตอนที่ซ่งถานอวี้สอนไปก่อนหน้านี้อย่างติด ๆ ขัด ๆ
ซ่งถานอวี้เท้าแขนกับเคาน์เตอร์ ยืนอยู่ห่างจากเธอไม่ใกล้ไม่ไกล
“ใช่แล้ว กาแฟหนึ่งแก้วใช้เมล็ดกาแฟ 7-9 กรัมก็พอ”
“ทำได้ดีมาก”
เมื่อได้รับคำชมอย่างอ่อนโยนจากชายหนุ่ม ซังหลิงก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
สุดท้ายเธอวางกาแฟดริปหนึ่งแก้วตรงหน้าซ่งถานอวี้ ดวงตาราวกับซ่อนดวงดาวไว้ ขณะที่หัวใจเปี่ยมล้นด้วยความภาคภูมิใจ
ของที่ปกติเห็นแล้วรู้สึกหรูหราสูงส่ง ที่แท้ทำเองก็ง่ายขนาดนี้!
“ผู้จัดการร้าน อยากลองชิมไหมคะ?” ซังหลิงทำหน้าเปี่ยมความคาดหวัง
ยิ่งเหมือนลูกแมวเข้าไปใหญ่ แต่ฉลาดกว่าแมวโง่ ๆ ที่เขาเลี้ยงไว้ตั้งเยอะ
ซ่งถานอวี้ยกกาแฟขึ้นจิบเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร
ซังหลิงพลันประหม่า เธอจ้องซ่งถานอวี้ไม่วางตา คอยสังเกตสีหน้าของเขา
“หรือว่า...ไม่อร่อยเหรอคะ?” เห็นเขาเงียบอยู่นาน ซังหลิงก็หน้าหมองลง
“ตรงกันข้าม อร่อยมาก”
ซ่งถานอวี้ยิ้ม เขาเองก็มีมุมขี้แกล้งเหมือนกัน ถึงได้ตั้งใจแกล้งให้หญิงสาวตกใจ
เขาวางแก้วลง แล้วยื่นมือไปทางซังหลิง “ยินดีด้วย เธอได้งานแล้ว ฉันชื่อซ่งถานอวี้”
……
ซังหลิงต้องเข้ารับการฝึกงานที่ร้านกาแฟชื่อ ‘เอทวล’ แห่งนี้เป็นเวลา 3 วัน
เธอเพิ่งรู้ว่าปกติซ่งถานอวี้ไม่ค่อยชงกาแฟให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ในร้านนอกจากซังหลิงแล้ว ยังมีเชฟขนมหวานผู้ชายอีกคนชื่อเฉินฮ่าว
นักศึกษาหญิงที่ทำงานพิเศษสองคนรับหน้าที่คิดเงินและชงกาแฟ คนหนึ่งชื่อถังโยวอี๋ อีกคนชื่อหลินเหมย
ทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าตะลึงในความงามตอนเห็นซังหลิง
หลินเหมยพูดว่า “ซังหลิง ถ้าพวกผู้ชายได้เห็นเธอเข้า ประตูร้านกาแฟของเราคงถูกเหยียบจนพังแน่!”
ในชีวิตจริงแทบไม่มีใครชมว่าเธอสวย ซังหลิงจึงหน้าแดงระเรื่อ “พี่หลินเหมยพูดเกินไปแล้วค่ะ”
“เกินไปหรือเปล่า ลองพิสูจน์ดูก็รู้แล้ว!” ถังโยวอี๋โอบไหล่ซังหลิง ก่อนหัวเราะคิกคักแล้วเขย่าเบา ๆ
โอกาสมาถึงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งเล่นบาสเกตบอลเสร็จเดินเข้ามาในร้านกาแฟ
ถังโยวอี๋สะกิดซังหลิง “ไปช่วยรับออร์เดอร์พวกเขาหน่อยสิ”
ออกมาทำงานแล้ว เรื่องพวกนี้ต่อไปเธอก็ต้องทำ ซังหลิงจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไป “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”
ชายหนุ่มสองคนที่กำลังคุยหัวเราะกันอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง พอเห็นซังหลิง ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
หญิงสาวมีเครื่องหน้าประณีต ผิวขาวใสราวกับโปร่งแสง จมูกโด่งสวย ริมฝีปากอิ่มชุ่มชื้นแดงระเรื่อประหนึ่งเชอร์รีสุก เพียงเม้มเบา ๆ ก็เหมือนจะมีน้ำหวานชุ่มฉ่ำเอ่อล้นออกมา
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พวกเขาได้เจอผู้หญิงสวยขนาดนี้!
สมองพลันว่างเปล่า ถึงกับพูดไม่ออก
“เธอ...”
“คะ?” ซังหลิงกะพริบตา ถามอย่างตั้งใจ “ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันฟังไม่ชัด ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ?”
“มะ...ไม่ใช่ คือว่า...อะไรก็ได้...”
ซังหลิงลำบากใจ “อะไรก็ได้เหรอคะ?”
แบบนั้นจะรับออร์เดอร์ยังไงล่ะ
หลินเหมยกับถังโยวอี๋หัวเราะกันจนแทบหยุดไม่อยู่ พอเห็นสายตาขอความช่วยเหลือของซังหลิง หลินเหมยก็รีบเดินเข้ามา
“ขอโทษด้วยนะคะ น้องสาวเราเพิ่งมาใหม่ เดี๋ยวฉันช่วยรับออร์เดอร์ให้เอง รับอะไรดีคะ?”
พออยู่ต่อหน้าหลินเหมย สมองของพวกเขาก็กลับมาคิดอะไรได้บ้าง
แต่ตอนเดินออกจากร้าน ทั้งสองยังหันกลับมามองอยู่บ่อย ๆ
ถังโยวอี๋บีบแก้มเล็ก ๆ ของซังหลิง “คนสวย ตอนนี้เชื่อหรือยัง?”
แก้มซังหลิงร้อนผ่าว “แต่ฉันไม่เห็นว่าตัวเองจะสวยขนาดนั้นเลย...”
“โอ๊ย!” หลินเหมยประคองใบหน้าของเธอ พอรู้ว่าซังหลิงคิดอย่างนั้นจริง ๆ ก็คร่ำครวญ “คนสวย ห้ามดูถูกตัวเองนะ! เธอสวยระเบิดเลย รู้ไหม!”
ตลอด 3 วันถัดมา ซังหลิงมาทำงานและเรียนรู้งานในตอนเช้า ก่อนเลิกงานตอนหนึ่งทุ่มแล้วกลับบ้าน
ข่าวที่ว่าร้านเอทวลมีน้องสาวคนสวยแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกวันหลังจากนั้นลูกค้าก็เต็มร้าน
ตอนซ่งถานอวี้เลิกสอนแล้วเดินเข้ามาในร้าน ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังตามตื๊อซังหลิงเพื่อขอช่องทางติดต่อ
