ซังอวี๋ไม่เคยเห็นคุณชายตระกูลเสิ่นที่สลับตัวกับเธอมาก่อน ในตระกูลเสิ่นเองก็ไม่เห็นรูปถ่ายของเขา แต่เมื่อดูจากหน้าตาของพ่อแม่ตระกูลเสิ่น ก็พอเดาได้ว่าลูกชายอย่างเสิ่นเจวี๋ยคงหน้าตาไม่เลวแน่
แต่ซังอวี๋ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะหน้าตาดีถึงขนาดนี้!
ซังอวี๋ไม่รู้ว่าใครในสองคนนั้นคือเสิ่นเจวี๋ย แต่ทั้งคู่ต่างก็โดดเด่นคนละแบบ ราวกับความแตกต่างระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ คนหนึ่งร้อนแรง อีกคนเย็นชา
พวกเขาอยู่ในน้ำ...และต่างก็ปกป้องซังหลิง สีหน้าตื่นตระหนกเห็นได้ชัด
“ทำไมถึง...ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”
มือของซังอวี๋สั่นเทา เธอเบิกตากว้างแทบจะจ้องหน้าจอโทรศัพท์ให้เป็นรู แต่ภาพใกล้ชิดสนิทสนมนั้นก็ยังไม่หายไปจากสายตา
ชาติที่แล้วเธอพลาดอะไรไปกันแน่?!
คนโดดเด่นถึงเพียงนี้ ถ้าเธอพยายามคว้ามาสักคน ชะตาชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหรือเปล่า? หากได้แต่งงานกับคนใดคนหนึ่งในนั้น ฐานะของเธอก็คงมั่นคงยิ่งกว่าการเป็นลูกสาวบุญธรรมของตระกูลร่ำรวยเสียอีกใช่ไหม?
ตอนนี้ในใจซังอวี๋ราวกับมีมดนับหมื่นตัวไต่ยุบยับ ความทรมานกัดกินลึกถึงกระดูก ทำให้ใบหน้าที่คล้ายซังหลิงอยู่สามส่วนบิดเบี้ยวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
ทำไม ทำไม ทำไม! ทำไมซังหลิงถึงโชคดีขนาดนั้น!!
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เธอก็แย่งอะไรจากซังหลิงไม่ได้เลยหรือ?
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน จู่ ๆ แววตาของซังอวี๋ก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังและบ้าคลั่ง
ไม่ได้! เธอจะนั่งรอความตายอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ชาตินี้ซังหลิงต้องได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่เธอเคยเจอในชาติที่แล้ว!
ซังอวี๋จะเหยียบซังหลิงให้จมดิน ไม่ให้มีวันได้ลืมตาอ้าปากอีก!
วันรุ่งขึ้น ซังอวี๋ลงมาชั้นล่างพร้อมดวงตาบวมแดง
เธอทักทายมารดาตระกูลเสิ่นที่กำลังดื่มชามื้อเช้าด้วยเสียงแหบพร่าอย่างเก้อเขิน “คุณแม่ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
มารดาตระกูลเสิ่นเห็นสภาพของซังอวี๋ก็สะดุ้ง “ซังอวี๋ เป็นอะไรไปหรือ?!”
ถ้ามารดาตระกูลเสิ่นไม่ถามก็คงดี แต่พอถามเท่านั้น น้ำตาของซังอวี๋ก็ร่วงพรูลงมา
เธอพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายไม่กี่ก้าว ก่อนจะนั่งยอง ๆ ข้างกายแล้วกอดเอวไว้แน่น
ร่างของมารดาตระกูลเสิ่นแข็งทื่อ เด็กคนนี้สนิทสนมกับคนอื่นเร็วเกินไปแล้ว...