จวนท่านหญิง
ศาลาและหอสูงเรียงราย คานแกะสลักวาดลวดลายวิจิตร
ข้างประตูทุกบานที่มีคนเข้าออก ล้วนมีองครักษ์สวมเกราะเหล็กยืนเฝ้าอย่างเข้มงวด
ทุกอิฐทุกกระเบื้อง ทุกต้นไม้ใบหญ้าภายในจวน ล้วนประณีตงดงามไร้ที่ติ
เห็นได้ชัดว่าเจ้าของจวนเกิดมาในกองเงินกองทอง เป็นที่รักและได้รับความสำคัญยิ่ง
เสียงยามย่ำรุ่งยามอิ๋นดังก้องทอดยาวมาจากตรอกนอกกำแพงสีชาด สะท้อนกังวานอยู่เหนือท้องฟ้า
ภายในเรือนหลัก
เท้าเล็กขาวผ่องข้างหนึ่งยื่นพ้นม่านโปร่งออกมา เตะคว้างอย่างสะลึมสะลือ
นางดูหงุดหงิดอยู่บ้าง จึงเตะไปทางด้านข้างอีกสองสามครั้ง
ครั้งสุดท้ายไม่รู้ว่าเตะโดนอะไร ถึงได้ออกแรงหนักโดยไม่ยั้งเท้า
“โอ๊ย!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ความง่วงของซังหลิงพลันมลายหายไป
นางผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว คว้าหมอนนุ่มใต้ตัวขึ้นมากดใส่ใบหน้าคนข้างกายเต็มแรง
“อื้อ ๆ...”
ได้ยินเพียงเสียงครางอู้อี้ เด็กหนุ่มแขนขายาวดิ้นพราดอยู่สองสามที ก่อนจะนิ่งเงียบไปฉับพลัน
ซังหลิงโยนหมอนทิ้ง
เสียงของนางเจือความง่วงงุน แผ่วหวานแต่แฝงความเอาแต่ใจ
“เนี่ยเสวียนเฟิง เจ้าเล่นมุกนี้อีกแล้ว อย่ามาแกล้งตาย ตอนนี้ยามห้าแล้ว รีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”
เท้าเปล่าเล็ก ๆ ของนางเตะหน้าแข้งเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังถูกเตะติดกันหลายครั้ง ร่างเด็กหนุ่มก็ไหวเอน ดวงตาทั้งสองยังปิดสนิท อกนิ่งสนิทไม่ขยับ คล้ายขาดใจตายไปแล้ว
ซังหลิงไม่เชื่อหรอกว่าเนี่ยเสวียนเฟิงจะถูกนางกดจนตายได้ง่าย ๆ เขาคงแกล้งตายเพื่อจะได้อ้อยอิ่งอยู่อีกสักพักแน่
นางพลิกตัวลงนอนอย่างไม่สบอารมณ์ “เลิกแกล้งได้แล้ว รีบลุกขึ้นมา! ถ้าใครจับได้ ต่อไปก็อย่าหวังว่าจะได้พบข้าอีก”
