โจวซื่อหรานกลับไปค้นข้างกระเป๋าเดินทาง แล้วพบว่าตัวเองไม่ได้เอาผ้าเช็ดตัวหรือของอย่างอื่นมาด้วย
เขาเลิกคิ้ว ก่อนจะหมุนตัวเดินตามความทรงจำไปยังห้องของซังหลิงโดยไม่คิดอะไร ยกมือขึ้น กำลังจะเคาะประตู ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังเปลือยท่อนบนอยู่
“ชิ”
โจวซื่อหรานเกาหัวสีเงินที่ยุ่งเหยิง ก่อนกลับห้องไปคว้าเสื้อมาสวมลวก ๆ แล้วค่อยเดินไปเคาะประตู
“ใครคะ?”
เสียงของซังหลิงดังมาจากด้านใน อู้อี้เล็กน้อย เธอเข้านอนเร็วขนาดนี้เลยหรือ?
“ผมเอง” โจวซื่อหรานตอบเสียงเนือย ข้อนิ้วที่นูนเด่นเคาะประตูอีกครั้ง เขากดเสียงต่ำลง “ขอยืมของหน่อยสิ”
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซังหลิงถึงเดินมาเปิดประตูอย่างระมัดระวัง โผล่ศีรษะออกมาเพียงนิดเดียว
โจวซื่อหรานขยับตัวบังเลนส์กล้องอย่างแนบเนียน กล้องจึงจับภาพได้เพียงแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่ม
แก้มเล็ก ๆ ของซังหลิงแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเธอทำอะไรอยู่ในห้อง
โจวซื่อหรานคิดเช่นนั้น แล้วก็ถามออกไปตามที่คิด
ซังหลิงชะงัก สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาน้อย ๆ ทั้งยังหลุบตาที่สั่นไหว ไม่ยอมสบตาเขา ก่อนจะฮึดฮัดเบา ๆ “ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย”
เสียงท้ายประโยคที่สูงขึ้นนุ่มนวลหวานละมุน ทำเอาหัวใจของโจวซื่อหรานกระตุกวูบ
“ชิ เป็นห่วงเธอไม่ได้หรือไง? หน้าแดงขนาดนี้ หรือว่าเป็นไข้?”
ระหว่างพูด โจวซื่อหรานก็ถอดไมโครโฟนเก็บเสียงออก
ซังหลิงไม่ได้สวมไมโครโฟน ผู้ชมจึงได้ยินแค่เสียงของโจวซื่อหราน
ผู้ชมที่ชอบซังหลิงจริง ๆ ต่างอดเป็นห่วงไม่ได้ พากันรัวข้อความถามว่าเกิดอะไรขึ้น