“ไม่รู้สิ คงไม่ใช่ว่าตกลงมาจากฟ้าหรอกนะ?”
คุณย่าฉินเล่าเหตุการณ์ตอนเจอไก่ป่าจบ ก็ยกปีกไก่ที่ถืออยู่ชี้ให้ฉินจื้อดู “นี่ไง ขามันยังถูกมัดอยู่เลย”
ใบหน้าหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวฉินจื้อ
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย หางตาเหลือบมองรอยเท้าที่หิมะยังกลบไม่มิด ซึ่งทอดยาวไปทางจุดพักเยาวชนผู้มีการศึกษา
เซี่ยซือเหมียน
ฉินจื้อมั่นใจอย่างไร้เหตุผลว่า ไก่ป่าตัวนี้ต้องเป็นฝีมือของเซี่ยซือเหมียน
จู่ ๆ ไก่ป่าก็ร้อง “เอ้ก!” ขึ้นมา ดึงฉินจื้อกลับจากภวังค์
เขาหันไปมอง เส้นเลือดตรงขมับกระตุกสองสามครั้ง
“คุณย่ากำลังทำอะไรครับเนี่ย?”
คุณย่าฉินลงมือสับคอไก่จนขาด เลือดกำลังไหลออกมา นางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง “เขาเอามาส่งถึงบ้านเรา ก็เป็นของเราแล้ว ไก่ป่าบำรุงร่างกายดีพอดี เอาไปตุ๋นให้หลิงหลิงกินสิ”
ฟังดูมีเหตุผล ฉินจื้อเองก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ
ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าร่างกายของสาวน้อย
แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกขัดใจไม่ได้
-
น้ำแกงไก่สำหรับมื้อเย็นหอมหวานกลมกล่อม คุณย่าฉินเก็บเนื้อชิ้นที่ดีที่สุดไว้ให้ซังหลิงทั้งหมด
ซังหลิงได้กลิ่นหอมชวนกิน น้ำลายแทบสอ แต่ชามร้อนเกินไป ได้แต่มองตาปริบ ๆ โดยกินไม่ได้ จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย
ฉินจื้อไม่พูดอะไร ลุกไปที่ครัว แล้วหยิบช้อนจากก้นตู้มาล้างให้สะอาด
พอกลับมาก็วางไว้ข้างมือซังหลิง
ซังหลิงสังเกตเห็นท่าทางเล็ก ๆ ของฉินจื้อ อดเม้มปากยิ้มไม่ได้ เธอใช้ช้อนตักน้ำแกงขึ้นมาหนึ่งคำ แล้วค่อย ๆ เป่า ในที่สุดรสชาติแสนอร่อยก็ได้เข้าปากเสียที
