โชคดีที่แม่ของสวี่อี้เป็นคนอารมณ์ดีและเปิดเผย ส่วนซังหลิงเองก็ไม่ใช่คนขี้อาย เมื่ออีกฝ่ายชวนคุยขึ้นมา เธอจึงรับคำต่อได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้แม่ของสวี่อี้เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พอเข้ามาอยู่ในฐานที่มั่น งานวิจัยของเธอก็ยังคงมุ่งเน้นไปทางพืชผลทางการเกษตร
เธอถอนหายใจ “ใครจะไปคิดว่าจะเกิดโลกาวินาศขึ้นจริง ๆ เธอเองก็คงรู้สึกได้ใช่ไหมว่าช่วงนี้อากาศผิดปกติ ทรัพยากรน้ำปนเปื้อน ผืนดินแห้งแล้ง ฝนไม่ตกมานานมากแล้ว คาดว่าหลังช่วงอากาศร้อนจัดก็คงจะเข้าสู่ช่วงหนาวจัด พวกเธอต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ ด้วยนะ”
ซังหลิงตั้งใจฟังแล้วพยักหน้าหนักแน่น
คนธรรมดาที่อยู่ข้างนอกไม่มีทางได้แตะต้องข้อมูลพวกนี้
แม่สวี่พูดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เด็กสาวส่งเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ใช้สองมือประคองแก้มตั้งใจฟังเธอพูด เนื้อแก้มถูกฝ่ามือบีบจนเสียรูป ดูนุ่มนิ่มน่าฟัด แถมคงสัมผัสนุ่มมือมากแน่ ๆ
โอ๊ย…
นี่เหมือนลูกสาวในฝันที่เธอใฝ่ฝันอยากมีไม่มีผิด!
สวี่อี้ที่กำลังหอบหิ้วเสบียงเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล “……”
แม่ ความรักอันเปี่ยมเมตตาของแม่แบบนี้ เหมือนผมจะไม่เคยได้รับเลยนะ
แล้วก็ซังหลิงด้วย ทำไมพออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ถึงได้ว่าง่ายขนาดนี้ล่ะ?
แปลกจริง ๆ!
……
เพราะยากจะปฏิเสธน้ำใจ ซังหลิงจึงถูกให้อยู่กินมื้อกลางวันด้วย
พ่อสวี่ลงมาทำอาหาร สวี่อี้ก็เบียดตัวเข้าไปช่วยด้วย
เขางุ่มง่ามไปหมด สุดท้ายก็ถูกพ่อสวี่โมโหไล่ออกมา “แปลกจริง ๆ! วันนี้แกเป็นบ้าอะไรขึ้นมา! ปกติอยู่ห่างครัวตั้งแปดวา ให้ล้างจานยังทำเหมือนจะฆ่าแก วันนี้ฝนตกเป็นสีแดงหรือไง? ไป ๆ ๆ! แกทำซุปของพ่อเสียหมดแล้ว!”
