สุดท้ายคนที่พูดออกมาก็คือสวี่อี้
ล้วนเพราะเขาพูดมาก อยู่เฉยไม่เป็น
ซังหลิงพึมพำ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากลายเป็นท่านประธานผู้เป็นที่เคารพนับถือของทุกคนได้ยังไง
ภาพลักษณ์ในใจพังทลายหมดแล้วไหมล่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจกว่านั้นคือภูมิหลังของกู้วั่งเหยียน
พ่อของเขา! ที่แท้ก็คือกู้หยุน ผู้บัญชาการฐานหยุนซิง
เป็นน้าชายแท้ ๆ ของจี้ชิงอัน
สวี่อี้ขับรถเหมือนคนละเมอ เอาแต่จ้องกระจกมองหลัง มองสีหน้าของซังหลิงที่เปลี่ยนไป
ไหล่สั่นระริก หัวเราะจนหยุดไม่ได้ “เป็นยังไงบ้าง จู่ ๆ ก็พบว่าความจริงสนุกกว่านิยายที่เธออ่านใช่ไหม?”
ซังหลิงทิ้งตัวลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก “อา... ฉันจะสู้กับพวกเส้นใหญ่ให้ถึงที่สุด!”
กู้วั่งเหยียนเองก็หัวเราะขึ้นมา
หลิงหลิงน่ารักเกินไปแล้วจริง ๆ
เขาพูดเสียงเบา “งั้นฉันเป็นเส้นให้เธอเอง แบบนี้หลิงหลิงก็เป็นคนมีเส้นแล้ว”
ซังหลิงเด้งตัวลุกพรวดทันที พูดรัว ๆ ว่า “ฉันหายดีแล้ว ๆ! ถึงฉันจะ ‘เกลียด’ พวกมีเส้น แต่ถ้าคนมีเส้นคนนั้นเป็นฉัน คำพูดก่อนหน้านี้ก็ถือว่าฉันไม่เคยพูดแล้วกัน!”
สวี่อี้ว่า “ไม่ได้เรื่อง!”
ทั้งคู่หัวเราะกัน
สวี่อี้ไปส่งพวกเขาถึงหน้าตลาดแล้วก็จากไป
ก่อนแยกกัน เขาตกลงกับกู้วั่งเหยียนไว้ว่า “วันนี้เธอเป็นของนาย พรุ่งนี้เป็นของฉัน”
กู้วั่งเหยียนไม่แม้แต่จะหันกลับไป มองเขาสักแวบก็ยังขี้เกียจ
สวี่อี้จุ๊ปากเบา ๆ กู้วั่งเหยียนนี่มันหมาสองมาตรฐานชัด ๆ
เขาพูดกับซังหลิงเองว่า “คุณหนู ตกลงกันแล้วนะ!”
กระทั่งทั้งสองกลับเข้าร้าน กู้วั่งเหยียนถึงค่อย ๆ เอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง “ใครตกลงกับเขา”
