ซังหลิงตอบเสียงอู้อี้ว่า “อยู่ในห้อง”
เด็กสาวเกาะเขาแน่นราวกับปลาหมึกยักษ์แปดหนวด ทำให้หรงหยวนขยับไปไหนไม่ได้
เขาถอนหายใจ อยากยกมือกุมขมับเหลือเกิน “หลิงหลิง เกาะพี่แบบนี้แล้วพี่จะไปจับผีให้เธอได้ยังไง? ปล่อยพี่ก่อนนะ หืม?”
เขาแทบไม่ต่างจากผู้ปกครองที่กำลังอธิบายเหตุผลให้เด็กดื้อฟัง
ซังหลิงว่าง่ายนัก พอได้ยินคำพูดของเขาก็คลายมือออกเล็กน้อย
หรงหยวนฉวยโอกาสคว้าข้อมือเธอไว้ทันที แล้วดึงเธอออกจากตัวจนหมด
ทว่าในวินาทีถัดมา ชายเสื้อของเขาก็ถูกเด็กสาวกำแน่นอีกครั้ง
ทันทีที่เขาก้าวเดิน เสียงสะอื้นของซังหลิงก็ดังขึ้น “พี่คะ หนูกลัว”
“ไม่ต้องกลัว” หรงหยวนพูดความจริงออกมา “พี่น่ากลัวกว่าผีอีก”
เดิมทีซังหลิงกลัวมากอยู่แล้ว แต่พอได้ยินคำพูดของหรงหยวน เธอกลับหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
พอหัวเราะเสร็จ เธอก็รู้สึกเขินขึ้นมาเอง จึงเบือนหน้าหนีแล้วเช็ดน้ำตา ก่อนจะเดินตามเขาต้อย ๆ
“ฮือ… ฮือ ๆ…”
ซังหลิงขนลุกซู่ขึ้นมาทันที คว้าหรงหยวนแล้วทำท่าจะวิ่งหนี “พี่คะ เสียงนี้แหละ”
เสียงร้องดังขาด ๆ หาย ๆ ทั้งยังยาวโหยหวน ฟังแล้วน่ากลัวจริง ๆ
แต่ทำไมหรงหยวนฟังแล้วเหมือนเสียงแมวร้อง?
แม่ของเขารักแมว ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านเคยเลี้ยงแมวอยู่หลายตัว แม้เสียงนี้จะประหลาดไปหน่อย แต่หรงหยวนก็ฟังออกว่ามีอะไรผิดปกติ
“รออยู่ตรงนี้ พี่ไปดูเอง”
เขาเปิดม่านกับประตูกระจกที่กั้นระหว่างห้องกับระเบียง ฝนที่เทกระหน่ำสาดจนไหล่ข้างหนึ่งเปียกชุ่มในพริบตา
หรงหยวนตามเสียงร้องที่ดังขาด ๆ หาย ๆ ไป จนพบเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
