ฉินจ้าวหยวนอยากหัวเราะขึ้นมาอีก เขาทบทวนเรื่องนี้ไปมา แล้วก็อดนึกถึงตอนที่ทั้งสองพบกันครั้งแรกไม่ได้ ว่าตอนนั้นเหตุใดเขาจึงคิดว่าเธอเป็นมนุษย์ที่อารมณ์ร้าย แถมยังมีอคติกับเธอถึงเพียงนั้น
ถ้าตอนนั้นเขายอมทำตัวดี ๆ กับเธอสักหน่อย หรือไม่ก็เริ่มจีบเธอไปตรง ๆ ทั้งคู่คงไม่ต้องเสียเวลาไปตั้งหลายวัน
ตอนออกไปทำภารกิจ ฉินจ้าวหยวนไม่เพียงคิดถึงเธอ แต่ยังอยากรู้ด้วยว่าเธอทำอะไรอยู่ที่บ้านบ้าง
“ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?”
ซังหลิงกลอกตาใส่เขา “ไปสถานพยาบาล อยู่บ้าน...อ่านหนังสือ...”
ฉินจ้าวหยวนไม่คิดเลยว่าซังหลิงจะยอมตอบเขาดี ๆ น่ารักจริง ๆ
เขาลูบผมเธอเบา ๆ แต่กลับได้สายตาขุ่นเคืองจากเธอมาแทน
ฉินจ้าวหยวนเห็นหนังสือที่วางทิ้งไว้บนโซฟาด้วย มันเปิดค้างอยู่โดยคว่ำหน้าลง บนปกเขียนว่า ‘ประวัติศาสตร์ยุคใกล้หนึ่งร้อยปี’
ประวัติศาสตร์ยุคใกล้ย่อมเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เหล่าสัตว์มนุษย์เคยต้องจ่ายราคามหาศาลเพื่อรับมือกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จากภายนอก
มนุษย์สูญเสียบ้านเกิด ถูกขับไล่ออกจากเมืองและอพยพกันมาเรื่อย ๆ ก่อนจะลงหลักปักฐานที่นี่ในที่สุด
แต่ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะปลอดภัยตลอดไป ใต้ดิน ใต้ทะเล...ยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง ไม่มีใครตอบได้ บางทีวันใดวันหนึ่ง เคราะห์ร้ายอาจหวนกลับมาเหมือนช่วงแรกของโลกาวินาศ
ฉินจ้าวหยวนไม่คิดเลยว่าซังหลิงจะสนใจเรื่องพวกนี้
“ทำไมไม่ออกไปเที่ยวบ้าง อยู่บ้านตลอดไม่เบื่อหรือไง?” ฉินจ้าวหยวนถาม
ซังหลิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ไม่รู้สิ”
ฉินจ้าวหยวนชะงักไปเล็กน้อย
“ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่เคยออกจากฐานเลย เมืองศูนย์กลางก็มีแค่นี้ เหมือนจะไม่มีอะไรให้ทำมากนักด้วย”
