บทที่ 5: คำหยาบ
……
เขื่อนน้ำยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม มนุษย์ยืนอยู่เบื้องบน ดูช่างเล็กกระจ้อยร่อยเมื่อเทียบกัน
ชั่วขณะนั้น จิตใจของเสิ่นเยวี่ยดูเหมือนจะพัฒนาไปอีกขั้น
นางมายังโลกใบเล็กนี้ ตอนแรกรู้สึกว่ามีแต่ความสับสนวุ่นวายและดูถูกโลกนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่าเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า แม้แต่ผู้ทรงพลังด้านนักฝึกตนสายเวทในยุคของนาง ก็ยังไม่สามารถปิดกั้นแม่น้ำที่กว้างใหญ่เพียงนี้ได้
นางยืนมองจากเบื้องบน ความคิดประหลาดพลุ่งพล่านในจิตใจ ราวกับจะเข้าใจบางสิ่ง
ทันใดนั้นก็ถูกใครบางคนยื่นมือมาตบ
"คุณหนูใหญ่ ใกล้เวลาแล้ว ต้องไปเตรียมตัวได้แล้ว" ตากล้องเผลอหลุดเรียกคำนี้ออกมา
"อ๋อ เตรียมอะไร?" เสิ่นเยวี่ยถาม
พี่ตากล้องอธิบายว่า "คุณไม่ต้องแต่งหน้าเหรอ?"
ทุกครั้งที่ผู้ประกาศข่าวสัมภาษณ์ แม้จะมีแค่ช็อตเดียว แต่มักแต่งหน้าสองชั่วโมง เขาเคยเจอมาแล้ว จึงรีบมาเรียกก่อนล่วงหน้า
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง" ตอนเช้านางทาครีมกันแดด ตอนนี้รู้สึกหน้าเหนอะหนะ เหมือนกับตอนชำระล้างไขกระดูกและเส้นลมปราณแล้วขับสิ่งสกปรกออกมาแต่ยังไม่ได้ล้างออก รู้สึกอึดอัดมาก
"งั้นเรามาซ้อมก่อนไหม?" ตากล้องมองหน้าคุณหนูใหญ่ที่สวยเป็นพิเศษนั้น ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้า แต่ก็รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย คุณหนูใหญ่ทำรายการได้ดีแท้ ๆ ทำไมถึงถูกส่งมาที่กองนอก เขาอดถามอีกประโยคไม่ได้
"รองผู้อำนวยการสถานีเซียวให้ฉันมาค่ะ" เสิ่นเยวี่ยตอบ
ตากล้อง: ได้ยินมานานว่ารองผู้อำนวยการสถานีเซียวเป็นคนที่สอพลอมาก ประจบผู้บังคับบัญชาแต่เข้มงวดกับลูกน้อง ดูคนที่สถานะต่ำกว่าแล้วเลือกปฏิบัติ! ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
เสิ่นเยวี่ยเตรียมตัวสัมภาษณ์แล้ว
เจ้าหน้าที่อ่างเก็บน้ำที่ถูกสัมภาษณ์เป็นชายวัยกลางคน เกร็งมาก เอาแต่นิ้วมือหวีผมอย่างแรงอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับดึงเสื้อผ้า
ตากล้องตั้งกล้องไว้ หามุมที่สามารถถ่ายระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำได้ แล้วจึงไปเจรจากับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ว่าตอนถ่ายทำ อย่าเพิ่งวิ่งเข้ากล้อง
อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมีมากมาย
พอเห็นมีการสัมภาษณ์ ก็รู้สึกแปลกตาดี ต่างวิ่งเข้ามามุงดู
ภาพสวยดี แต่อากาศดูไม่ค่อยปกติ ตากล้องเงยหน้ามองท้องฟ้า เมฆดำทะมึนปกคลุม ดูเหมือนฝนจะตก
ลมก็ค่อนข้างแรง พัดเสื้อแจ็คเก็ตกันลมของตากล้องดังลั่น
เสิ่นเยวี่ยไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย นางรู้สึกดีมาก ลมแรงพัดจัด เหมาะที่สุดที่ผู้ฝึกตนจะข่มขวัญ
เตรียมพร้อมแล้ว เสิ่นเยวี่ยและเจ้าหน้าที่ทวนบทพูดกันอีกรอบ
รอเพียงการถ่ายทอดสดเชื่อมต่อกับข่าวเที่ยง
……
กลุ่มแชตในสถานีคึกคักตลอดเช้า
คุยกันอย่างดุเดือด
ทุกคนกินข่าวซุบซิบของเด็กใหม่ อดีตคุณหนูใหญ่กลายเป็นเด็กฝึกงานผู้ตกอับ ตอนนี้ต้องมาทำงานกลางแจ้งในสถานี ฟังดูช่างน่าเวทนา
ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการสถานีเซียวพาคุณหนูใหญ่เสิ่นมาเยี่ยมชมสถานี ท่าทีประจบประแจงนั่น สุดท้ายแล้ว……
รายการเมื่อวานทำได้ดีมาก จำนวนผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เคยมีมา ได้ยินว่าผู้สนับสนุนเพิ่มเงินให้ ต่างคนต่างแสดงความยินดีกับหวังเวยเวย เดือนนี้คงได้โบนัสอีกแล้ว
แล้วก็พูดถึงความทุกข์ยากของพิธีกรกองนอก มีกลุ่มคนบ่นระบาย
เข้าห้องน้ำไม่สะดวก เดินล้ม ยุงกัด ผิวคล้ำขึ้น ซวยกว่านั้นคือเจอสภาพอากาศฝนตก
แล้วก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอากาศ
"ช่วงนี้ร้อนมาก พรุ่งนี้ได้ยินว่าจะเย็นลง วันนี้เหมือนจะมีไต้ฝุ่นด้วย ยังมีคำเตือนฟ้าผ่า เตือนลมแรง"
หวังเวยเวย: "……วันนี้เหมือนคุณหนูใหญ่คนนั้นจะไปเป็นพิธีกรกองนอกนะ"
ในกลุ่มเงียบไปไม่กี่วินาที
จากนั้นก็มีข้อความเด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ไม่จริงใช่ไหม ไม่จริงใช่ไหม"
"ผู้อำนวยการสถานีเซียวตั้งใจกลั่นแกล้งคุณหนูใหญ่หรือเปล่า?"
"ตอนแรกฉันยังนึกว่าผู้อำนวยการสถานีเซียวสนใจคุณหนูใหญ่เสียอีก สรุปคือ เอ่อ นี่?"
"อยู่ ๆ ก็รู้สึกเห็นใจเธอจัง ไม่รู้ว่าจะปรับตัวได้ไหม"
"เฮ้อ ฉันก็เหมือนกัน ตอนเช้าฉันเห็นเธอนั่งกินข้าวเช้าอยู่ในห้องพักสถานีคนเดียว ก็คือข้าวเช้าของโรงอาหารนั่นแหละ ยากจะกินขนาดนั้น คุณหนูใหญ่กลับกินอย่างมีความสุขมาก ไม่รู้จะพูดยังไง จู่ ๆ ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ ก็รู้สึกว่าความลำบากพวกนี้ฉันกินได้ แต่เธอกินไม่ได้"
"ฉันก็เหมือนกัน……เธอดูอายุไม่มาก น่าจะเพิ่งยี่สิบต้น ๆ ถ้าเป็นฉัน ไม่รู้จะรับมือกับบททดสอบแบบนี้ได้ไหม"
"อีกเดี๋ยวก็ได้เห็นตอนข่าวเที่ยงแล้ว"
……
คนในกลุ่มเตรียมรอดูข่าวเที่ยง
ไม่รู้ว่าเจอกับพายุฝนฟ้าคะนอง พิธีกรเด็กใหม่จะเป็นยังไงบ้าง?
คงจะดูอนาถามาก
ใครที่เคยออกกองนอกย่อมรู้ดีว่าเจอสภาพอากาศสุดขั้วนี่คือหายนะเลย พูดจายังไม่รู้เรื่อง ยังจะเป็นพิธีกรอะไรได้อีก ลมแรงฝนตกหนัก จะดูสกปรกยับเยินแค่ไหนก็แค่นั้น
ขณะนั้น ริมเขื่อนอ่างเก็บน้ำ
อากาศเป็นไปตามที่พยากรณ์ไว้จริง ๆ ลมแรงพัดจัด เมฆบนท้องฟ้าลอยต่ำ หม่นทะมึนปกคลุมลงมา
ตากล้องจัดตำแหน่งไว้เรียบร้อยแล้ว จะขยับเข้าในอาคารชั่วคราวก็ไม่ได้ การถ่ายทอดสดเชื่อมต่อก็เพื่อให้เห็นภายนอก หากไม่ถ่ายอ่างเก็บน้ำ ก็อัดในสถานีโดยตรงเลยก็ได้
เวลาใกล้เข้ามาแล้ว กำลังจะถูกต่อสายเข้ามา พวกเขาทำได้เพียงรออยู่ที่นี่
นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งก็เฝ้าดูอยู่
พูดจ้อกแจ้ก ๆ กัน
"พิธีกรคนนั้นสวยจังเลยนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย สวยมาก"
"สวยยิ่งกว่าดาราในทีวีอีกนะ"
เสิ่นเยวี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้า เมฆดำทะมึนกดทับลงมา โลกนี้ก็มีคนถ่ายทอดพลังตบะหรือ?
ช่างคาดหวังอย่างบอกไม่ถูก
เห็นพี่ตากล้องทำสัญญาณมือให้
เสิ่นเยวี่ยละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านทันที หยิบไมโครโฟนขึ้นมา
พิธีกรรายงานข่าวเที่ยงพูดจบเรื่องการป้องกันน้ำท่วมเมื่อเร็ว ๆ นี้ แล้วก็พูดถึงอ่างเก็บน้ำ ให้ต่อสายเชื่อมสด
ในจอปรากฏภาพมืดครึ้ม
อ่างเก็บน้ำยิ่งใหญ่ไพศาล น้ำและท้องฟ้าเป็นสีเดียวกัน มืดเหมือนกันหมด
เพิ่งเชื่อมสัญญาณ พิธีกรยังไม่ทันพูด จู่ ๆ บนท้องฟ้าก็มีสายฟ้าแลบ
สายฟ้าที่ใหญ่มากดังสนั่น ฟ้าผ่าเปรี้ยง ราวกับท้องฟ้าจะฉีกออกจากกัน เสิ่นเยวี่ยเงยหน้ามองฟ้า รู้สึกเสียดายนิดหน่อย มีเพียงสายฟ้า ไม่มีใครถ่ายทอดพลังตบะเลย
สายฟ้าที่ไม่มีผู้ถ่ายทอดพลังก็เป็นสายฟ้าลวงตา เสิ่นเยวี่ยรู้สึกไม่น่าสนใจ
ในห้องส่งข่าวสะดุ้งตกใจ
พิธีกรอึ้งไปชั่วขณะ รีบพูดว่า:
"สวัสดีค่ะ คุณเสิ่นไปถึงอ่างเก็บน้ำแล้วหรือยังคะ? สถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง ช่วยแนะนำให้ฟังหน่อยค่ะ"
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่มุงดูพากันรัวพิมพ์ในกลุ่มทันที
"โอ้ย น่าสงสารจริง คุณหนูใหญ่จะไปหาเรื่องใครก็ไม่ไป กลับไปหาเรื่องผู้อำนวยการสถานีเซียว"
"ต้องจงใจแน่ ๆ ดีนะไม่ใช่ฉันไป น่ากลัวจะตาย"
"จะไม่เป็นอันตรายใช่ไหมนะ ฉันเห็นข้างหลังก็คืออ่างเก็บน้ำนะ ถ้าเกิดตกไปล่ะ"
ปากคนคนนี้เหมือนแช่งอะไรไว้
ในจอภาพ เสิ่นเยวี่ยอึ้งไปพักหนึ่ง คล้ายจะเพิ่งได้รับเสียง กดหูฟังที่ใบหู
นางมีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปร พยักหน้าพูดว่า: "สวัสดีคะคุณพิธีกร ท่านที่อยู่ข้างฉันนี้คือผู้รับผิดชอบอ่างเก็บน้ำเป่ยเฉิงค่ะ ต่อไปขอให้เขาเป็นผู้แนะนำสถานการณ์โดยละเอียดนะคะ"
ไมโครโฟนจ่อไปที่หน้าของชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลม
มุมกล้องออกจะประหลาด บังหน้าเขาไปแล้ว
ทุกคนไม่ทันได้บ่นว่าพิธีกรไม่มีประสบการณ์ ก็เห็นชายคนนี้ดูเหมือนจะเกร็งเกินไป ยืนไม่มั่นคง อาจถูกฟ้าผ่าจนตกใจ หรืออาจเป็นเพราะลมแรงเกินไปในที่เกิดเหตุ จู่ ๆ ร่างของเขาก็เอียง แล้วถูกแรงลมพัดถอยหลัง เขากลิ้งไปข้างหลังอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนกำลังจะกลิ้งตกลงอ่างเก็บน้ำ
ในนาทีคับขันนั้น พิธีกรยื่นมือคว้าคอเสื้อเขาไว้ เหมือนยกขึ้น แล้วโยนเขาไปข้างหน้า……
ต่อมาในกล้องก็ปรากฏโทรศัพท์มือถือบินเข้ากล้องมา
พิธีกรกระโดดขึ้น รับโทรศัพท์ไว้ แล้วโยนกลับไป
เด็กสาวคนหนึ่งกลิ้งเข้ามาอีก ผอมบาง สวมกระโปรงสีแดง เหมือนถูกพัดเข้ามาในเฟรมกล้อง
คราวนี้พิธีกรไม่ทำรุนแรง คว้าคอเสื้อโยนออกไป แต่ยื่นมือกอดเด็กสาวไว้ แถมยังช่วยกดกระโปรงที่ปลิวขึ้นมาให้ด้วย……
เด็กหนุ่มอีกคนถูกพัดเข้ามา ปากยังตะโกนดัง: "เจียวเจียว เจียวเจียว เธอไม่เป็นไรนะ"
ก็เห็นพิธีกรใช้มือข้างหนึ่งกอดเด็กผู้หญิงไว้ มืออีกข้างยกเด็กหนุ่มขึ้น พลางตะโกนว่า: "พี่ตากล้องมาช่วยหน่อย พาเด็กหนุ่มนี่ออกไปที"
พี่ตากล้องก็เข้ากล้องมาด้วย แข็งแรงมาก แต่เขาพยุงเด็กหนุ่มคนนั้นให้ลุกขึ้น ท่ามกลางลมแรงก็ซวนเซ
มันช่างพิศดาร
เอ่อ นี่! พิธีกรรายงานสดข่าวอ้าปากค้าง อ้ากว้างมาก อยู่นานพูดออกมาคำหนึ่งว่า: "ตรูไปละ"
เธอเบิกตากว้าง เธอพูดคำหยาบได้ยังไงกัน นี่มันอุบัติเหตุในการรายงานข่าวชัด ๆ
แล้วจึงรีบแก้ตัวว่า: "……ต้นไม้ใบหญ้าล้มราบกันหมด โชคดีที่ได้คุณเสิ่นพิธีกรกองนอกของเรา อากาศแปรปรวน ขอเตือนประชาชนว่าเวลาเดินทางต้องระวังความปลอดภัยนะคะ"
ตัดสัญญาณเชื่อมต่อ
……