สถานที่ที่หลินเย่กับเฉินเล่ออยู่ คืออู่ต่อเรือป้องกันชายฝั่งที่เคยใช้งานมาก่อน
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดมหึมาถูกน้ำทะเลกัดกร่อนจนผุพังเป็นด่างดวง
เรือรบเก่าแก่หลายลำที่สลักตรากองทัพต้าเซี่ยเมื่อร้อยปีก่อน จอดเกยตื้นและผุพังอยู่ลึกเข้าไปในอู่ต่อเรือ
ประตูระบายน้ำขนาดมหึมาของอู่พังทลายไปนานแล้ว แผ่นเหล็กกับเศษหินกองสุมอยู่ตรงทางเข้า ทำให้เกิดแอ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเลขึ้นมาภายในอู่
คลื่นทะเลซัดเข้ามาเป็นระลอก น้ำซึมผ่านช่องว่างระหว่างเศษหินเข้าไปในอู่จนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานก็ไหลทะลักย้อนกลับลงทะเลผ่านรอยแตกอื่น
กล่องสมบัติใบนั้นปรากฏวูบวาบเลือนรางอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่ขึ้นลง
หลินเย่เดินไปยังกองพัสดุที่สูงราวกับภูเขาลูกย่อม
บนพัสดุทุกกล่องติดใบปะหน้าขนส่งไว้ ชื่อผู้รับแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน
แต่ที่อยู่ผู้รับกลับชี้ไปยังสถานที่เดียวกันอย่างน่าประหลาด
“อู่ต่อเรือเก่าท่าตะวันออก” หรือ “อู่ต่อเรือที่สามท่าตะวันออก เมืองวังไห่”
หลินเย่พบว่าพัสดุบางกล่องถูกคนงัดเปิดอย่างรุนแรง
สิ่งของข้างในกระจัดกระจายเต็มพื้น มีทั้งกล่องไม้ที่แช่น้ำทะเลจนแทบเปื่อย หนังสือครึ่งเล่มที่ดำคล้ำ และแผ่นใสที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ดูจากสภาพแล้ว คนที่แกะพัสดุไม่สนใจของข้างในเลยสักนิด คล้ายกำลังระบายอารมณ์มากกว่า
พัสดุเหล่านี้เกี่ยวข้องอะไรกับกล่องสมบัติใบนี้กันแน่?
เฉินเล่อยืนอยู่ตรงขอบแอ่งน้ำ เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “พี่หลิน กล่องสมบัติใบนี้ดูเหมือนจะเป็นประเภทที่ต้องอยู่ในสถานการณ์เฉพาะถึงจะได้รับครับ”
คลื่นทะเลสูงบ้างต่ำบ้าง
ระดับน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาในอู่ก็สูงต่ำตามไปด้วย
เมื่อน้ำขึ้นสูงจนท่วมตำแหน่งที่กล่องสมบัติอยู่ กล่องใบนั้นก็จะปรากฏเป็นรูปร่างชัดเจนอย่างสมบูรณ์
