หมดอารมณ์ตกปลาแล้วจริง ๆ
หลินอีเก็บเก้าอี้พับตัวเล็กใส่กำไล ส่วนคันเบ็ดนั้นพังจนใช้การไม่ได้แล้ว เธอโยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ จะได้ไม่ต้องเห็นแล้วหงุดหงิด
เธออุ้มเยลลี่ลงจากไหล่ แล้วยื่นให้เหวินหวาน “พาเจ้าสองตัวนี้ไปเล่นเถอะ ฉันกลับไปงีบก่อน” พูดจบก็ไม่รอให้เหวินหวานตอบ หันหลังเดินฉับ ๆ เข้าไปในห้องโดยสาร
เถี่ยกัวเดินตามหลังเธอมาด้วยท่วงท่าสบาย ๆ เธอใช้เท้าเขี่ยมันเบา ๆ “อยู่ข้างนอกดี ๆ ห้ามมากวนฉัน”
ในห้องโดยสารมีห้องเล็ก ๆ หลายห้องสำหรับให้ลูกเรือพักผลัดกัน เตียงแคบหนึ่งเตียงกับผ้าห่มบาง ๆ หนึ่งผืน
หลินอีถอดเสื้อนอก เตะรองเท้าบูตออก แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง พอศีรษะแตะหมอนก็หลับทันที
เดิมทีเธอตั้งใจจะนอนแค่ครู่เดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์ไม่ดีหรืออะไร ทำให้ยิ่งหลับลึกเข้าไปอีก
เธอนอนหลับไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะถูกปลุกด้วยกลิ่นหอมที่ลอยมา
กลิ่นนั้นลอดเข้ามาทางช่องประตูห้องโดยสาร หอมมากจริง ๆ
เธอลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ จมูกขยับฟุดฟิด
นี่กำลังตุ๋นปลาอยู่หรือเปล่า? บอกไม่ถูกว่ากลิ่นอะไร แต่แค่ได้กลิ่นก็ชวนหิวแล้ว
เธอลุกขึ้นนั่ง ขยี้หน้า สวมเสื้อนอกกับรองเท้าบูต แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกไป
พอเดินพ้นห้องก็เจอเหวินหวานที่กำลังจะผลักประตูเข้ามาพอดี
ทั้งคู่สบตากัน เหวินหวานลดมือลง “ตื่นได้จังหวะพอดีเลย มื้อเที่ยงทำเสร็จแล้ว”
นางบุ้ยปากไปทางท้ายเรือ “กลิ่นนั่นน่ะ... ฮึ ๆ วัตถุดิบสดใหม่ระดับสูงนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ” พูดพลางกลืนน้ำลายก่อนเสียเอง
