บทที่ 4 ศิษย์รัก นับแต่นี้เชื่อฟังอาจารย์แต่โดยดี อาจารย์จะเอ็นดูเจ้าเอง
ลั่วอี้เหยียนร้อนใจ "แต่ว่า เข้าสำนักเซียนถึงจะมีโอกาส ไม่เข้าแล้วไม่มีโอกาสเลยนะ!"
อวี๋หลินโจวที่อยู่ข้าง ๆ มองดูสองคนนี้แสดงความรักใคร่ฉันพี่น้อง จู่ ๆ ก็ยกยิ้มมุมปาก เอ่ยขึ้นเนิบ ๆ "ไม่รู้ว่าเจ้าซื่อบื้อจริงหรือแกล้งโง่กันแน่"
"ตัวเจ้าเองพรสวรรค์ล้ำเลิศ ได้เยี่ยนหลิงชางรับเป็นศิษย์สายตรง แต่สหายของเจ้ากลับมีความสามารถธรรมดา เจ้าดึงเขามาเข้าสำนัก จะให้เขาเห็นเจ้าถูกผู้คนนับหมื่นจับตามองทุกวัน ส่วนตัวเองไม่เป็นโล้เป็นพายอย่างนั้นหรือ?"
เขาหยุดเล็กน้อย รอยยิ้มล้ำลึกกว่าเดิม "ช่างจิตใจคิดคดเหลือเกินนะ"
ลั่วอี้เหยียนหน้าซีดเผือดทันที "ข้าไม่ได้! จือซวี่ เจ้าเชื่อข้าเถอะ ข้าไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ!"
หลินจือซวี่พยักหน้า "ข้าเชื่อเจ้า"
เขาเชื่อลั่วอี้เหยียนแน่นอน
ตัวเอกจะมีจิตใจเลวร้ายอะไรได้
อีกอย่าง ไม่ว่าจะในนิยายฉบับเดิม หรือในความทรงจำของเขา ลั่วอี้เหยียนเองก็เป็นคนดีมากจริง ๆ
ยิ่งกว่านั้น อวี๋หลินโจวมองยังไงก็ไม่เหมือนคนดี ไส้ในเต็มไปด้วยเล่ห์
เมื่อเทียบกันแล้ว แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ว่าควรเชื่อใคร
อวี๋หลินโจวเห็นการยุแยงไม่สำเร็จ รู้สึกหมดอารมณ์ กระตุกยิ้มมุมปาก
คิดอะไรได้บางอย่าง พลันกลอกตาไปมาแล้วพูดต่อ "ในเมื่อพวกเจ้ารักใคร่ฉันพี่น้อง ข้าก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง จู่ ๆ ก็ใจอ่อนไม่อยากเห็นพวกเจ้าพรากจากกัน งั้นก็..."
เขามองไปทางหลินจือซวี่ "ให้ข้าเจ้ารับเป็นศิษย์เสียเลย! เพียงเจ้ามาเป็นศิษย์ของข้า ข้าก็จะทุ่มเทสั่งสอนให้อย่างเต็มที่ ไม่ดีกว่าเป็นศิษย์วงนอกหรือ?"
ลั่วอี้เหยียนตาเป็นประกาย "จริงหรือ?"
อวี๋หลินโจว "แน่นอน ข้าเห็นว่าสหายน้อยท่านนี้เป็นที่ต้องตาต้องใจ ข้าอาสารับเขาเป็นศิษย์เอง ข้ากับเยี่ยนหลิงชางเป็นคนของสำนักเทียนเหิง อยู่สำนักเดียวกันก็สามารถพบหน้าค่าตากันเสมอ ไม่จำต้องพรากจากกัน"
อวิ๋นซู่ขมวดคิ้ว "การนี้ไม่สมควร เขามีพรสวรรค์ต่ำต้อยถึงเพียงนี้ หากเจ้ารับเขาไว้ แล้วจะให้ผู้อื่นมองอย่างไร?"
อวี๋หลินโจวหัวเราะเยาะ "ข้าจะสนทำไมผู้อื่นมองอย่างไร? มีความสามารถก็ให้พวกเขามางอนวอนขอให้ข้ารับเป็นศิษย์ดูสิ"
อวิ๋นซู่ "..."
เชอะ นิสัยแย่แบบเดิมไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ
นางก็ไม่ใช่คนของสำนักเทียนเหิงสักหน่อย จะไปยุ่งวุ่นวายให้ลำบากใจทำไม
เพียงไม่กี่ประโยค หนทางของหลินจือซวี่ก็ถูกกำหนดลงแล้ว
ไม่มีใครถามความเห็นของเขาเลยสักนิด หรืออาจพูดได้ว่า ไม่มีใครแยแสความต้องการของเขาเลยด้วยซ้ำ
หลินจือซวี่ยืนอยู่ที่เดิม มองดูคนตรงหน้าผลัดกันพูดจากำหนดอนาคตของเขาเสร็จสรรพ ในใจมีเพียงความคิดเดียว
อึดอัดชะมัด
สมแล้ว ความสะใจมีไว้สำหรับตัวเอกเท่านั้น บทตัวประกอบกระจอก ๆ อย่างพวกเขาไม่มีใครสนใจ
อวี๋หลินโจวมองหลินจือซวี่ หรี่ตาลง ราวกับจิ้งจอก กระดิกนิ้วเรียกเขา
"มาเถอะ คำนับอาจารย์เดี๋ยวนี้เลย"
ลั่วอี้เหยียนมองเขาอย่างคาดหวัง
คนเมื่ออยู่ใต้ชายคาต้องก้มหัว
อวี๋หลินโจวเพิ่งถูกอีกฝ่ายปฏิเสธมา หากตนยังกล้าปฏิเสธซ้ำ เขามีลางสังหรณ์ว่าคนผู้นี้จะต้องโกรธจริงแน่ ๆ
ถึงตอนนั้นก็จะพาลโทสะลงที่เขา
หลินจือซวี่ถอนหายใจในใจ ยอมจำนนค้อมกายทำความเคารพ "ศิษย์หลินจือซวี่ คำนับอาจารย์"
อวี๋หลินโจวยิ้มพึงใจ ในชิด มือยกเชยคางเขาขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงไว้ด้วยการล่อลวง "ศิษย์รัก นับแต่นี้เชื่อฟังอาจารย์แต่โดยดี อาจารย์จะเอ็นดูเจ้าเอง"
เมื่อเข้าใกล้ขึ้น เขาถึงได้พบว่าเด็กหนุ่มผู้นี้แม้หน้าตาซีดเซียว ดูอ่อนแอ แต่ขนตากลับยาวผิดคาด ทั้งหนาและแน่น ดั่งพัดเล็ก ๆ สองเล่มที่สั่นไหวเบา ๆ
หลินจือซวี่หลุบเปลือกตาลง น้ำเสียงราบเรียบ "...ขอบพระคุณอาจารย์"
ไอ้เฒ่าไม่รู้จักแก่คนนี้ ดูท่าต่อไปนี้คงต้องระวังตัวหน่อยแล้ว
...
ไม่ว่าจะอย่างไร พิธีรับศิษย์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
ลั่วอี้เหยียนตามเยี่ยนหลิงชางไป ก่อนจากไปมองหลินจือซวี่ด้วยแววอาลัย ในสายตาเจือทั้งความดีใจและความกังวล
เขาเดินก้าวหนึ่งเหลียวหลังสามครั้ง เชื่องช้าเนิบนาบ สุดท้ายก็ถูกเยี่ยนหลิงชางจับคอเสื้อยกขึ้นพาไปโดยตรง
หลินจือซวี่ยืนอยู่ที่เดิม มองส่งพวกเขาจากไป จากนั้นหันหน้าไปมองอาจารย์ที่แสนถูกของตน
อวี๋หลินโจวทิ้งคำว่า "ตามมา" ไว้เพียงเท่านั้น ร่างก็แวบหนึ่งหายวับไปในอากาศ
หลินจือซวี่ยืนอยู่ที่เดิม ท้าลม ใบหน้าไร้อารมณ์
...คนคนนี้คงลืมไปกระมัง ว่าเขาบินไม่เป็น?
ดีเหมือนกันที่พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา เพียงชั่วพริบตาร่างสีม่วงนั่นก็บินวกกลับมาแล้ว
อวี๋หลินโจวร่อนลงตรงหน้าเขา หลุดสีหน้าเสียดายที่หาได้ยาก "ลืมไปว่าเจ้ายังบินไม่ได้"
เขาถอนหายใจ สีหน้าราวกับยอมเสียสละครั้งใหญ่ "เอาเถอะ เพื่อศิษย์อาจารย์จะยอมทำลายกฎสักครั้ง เจ้าต้องรู้ไว้ บุรุษเอ๋ย ก่อนหน้านี้อาจารย์ไม่เคยอุ้มเลยนะ"
พูดจบ ไม่รอให้หลินจือซวี่ทันตอบสนอง ก็อุ้มเขาขึ้นมาโดยตรง
หลินจือซวี่ลอยตัวขึ้นโดยพลัน จึงใช้แขนโอบคออวี๋หลินโจวไว้ตามสัญชาตญาณ
อวี๋หลินโจวก้มมองเขา แค่นหัวเราะทีหนึ่ง "แม้อาจารย์จะรู้ตัวดีว่ามีเสน่ห์ล้ำเลิศ แต่ข้าย่อมไม่คิดอะไรกับบุรุษเป็นแน่"
หลินจือซวี่มองเขาอย่างไร้อารมณ์ ไม่พูดอะไรสักคำ
เหอะเหอะ
อวี๋หลินโจวรอเสี้ยวหนึ่ง เมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาอย่างที่ต้องการ ก็รู้สึกเบื่อหน่ายในทันใด "เด็กน้อยนี่ น่าเบื่อจริง ๆ แม้แต่ปฏิกิริยาสักนิดก็ไม่คิดจะมีให้อาจารย์ สู้อ้ายสหายของเจ้าไม่ได้"
หลินจือซวี่ "ขี้เกียจสนใจเจ้า"
ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็ร่อนลงตรงหน้าเรือนพักแห่งหนึ่ง
ลานเรือนกว้างใหญ่ ดอกไม้ใบหญ้างอกงามร่มรื่น สิ่งแวดล้อมเงียบสงัด
อวี๋หลินโจวปล่อยเขาลง "เจ้าก็พักอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ ข้ามีศิษย์เพียงเจ้าคนเดียว ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากแล้วแต่ใจเจ้าเลย โอ้..."
เขาพลิกมือล้วงป้ายคำสั่งออกมาหนึ่งอัน ยื่นส่งให้ "อยากได้อะไร ก็ถือป้ายนี้ไปรับที่หอหมื่นสมบัติเอาล่ะกัน ข้ายังมีธุระ ไปก่อนนะ"
หลินจือซวี่รีบเอ่ยปาก "เดี๋ยวก่อน..."
แต่ว่าร่างของอวี๋หลินโจวเลือนหายไปตรงนั้นแล้ว
หลินจือซวี่มือที่ชูป้ายคำสั่งค้างแข็งกลางอากาศ มุมปากกระตุก
อย่างน้อยก็บอกข้าทีสิว่าหอหมื่นสมบัติน่ะมันอยู่ที่ไหน!
แล้วเขายังไม่ได้ถามต่อว่าหาตัวเขาได้ที่ไหนอีกด้วย
ถึงกับพอรับเป็นศิษย์แล้ว ก็ปล่อยเขาทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวโดยไม่ไยดีเลยหรือ?
เขาจนใจ หมุนตัวเดินเข้าบ้าน
เรือนแห่งนี้คงไม่เคยมีคนอาศัยมาก่อน แต่ก็ไม่สกปรกรกรุงรัง บางทีอาจเป็นเพราะกลไกค่ายกลอะไรสักอย่างทำให้ทุกอย่างในเรือนนี้สะอาดหมดจด
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้สร้างแรงกระทบกระเทือนมากเสียจนจิตใจเขาเครียดตึงเครียด พอได้นอนลงบนเตียงหมายพักผ่อนสักหน่อย
ในเวลานั้นเอง เสียงระบบแจ้งเตือนกังวานใสดังขึ้นมา ในหัวสมองก็ปรากฏเสียงพูดขึ้น
【ขอแสดงความยินดีที่โฮสต์ผูกมัดสำเร็จ! เข้าสู่ 'สำนักเทียนเหิง' เรียบร้อย! เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว! ขอให้โฮสต์เตรียมตัวให้พร้อม ยินดีต้อนรับสู่ความท้าทาย】
【หากโฮสต์มีข้อสงสัย สามารถสนทนากับระบบในใจได้ ระบบจะช่วยไขข้อข้องใจให้】
หลินจือซวี่สะดุ้งในใจ ลุกพรวดขึ้น 【เจ้าเป็นระบบอะไรกัน? ข้าต้องดำเนินเนื้อเรื่องแบบไหน? ไม่ดำเนินได้หรือไม่?】
ระบบ 【รับทราบ ข้าจะตอบคำถามให้ทีละข้อ ระบบนี้คือระบบช่วยเหลือเนื้อเรื่อง หมายเลขรหัส 12386 หรือโฮสต์จะตั้งชื่อให้ข้าก็ได้นะคะ】
ระบบ 【โลกใบนี้สร้างขึ้นมาจากวิวัฒนาการของนิยายเรื่องหนึ่ง โฮสต์เป็นตัวประกอบคนสำคัญในนิยาย เนื่องจากระบบเกิดความผิดพลาด รอยเชื่อมต่อระหว่างสองมิติปรากฏรอยแยก ทำให้โลกถูกระงับอย่างฉุกเฉิน โฮสต์พลัดตกลงไปในรอยแยกนั้นโดยบังเอิญ และไปใช้ชีวิตอยู่อีกโลกหนึ่งเป็นเวลายี่สิบกว่าปี】
ระบบ 【หลังจากผ่านการซ่อมแซมฉุกเฉิน รอยแยกได้ปิดสนิทแล้ว โฮสต์จึงถูกดึงกลับสู่ตำแหน่งเดิม】
ระบบ 【การไม่ดำเนินเนื้อเรื่องนั้นไม่ได้นะคะ เพราะหากเนื้อเรื่องเบี่ยงเบนรุนแรงจะนำไปสู่การล่มสลายของโลกและโฮสต์จะถูกลบทิ้งอย่างสิ้นเชิงเลยนะคะ】
หลินจือซวี่สีหน้าเรียบเฉย
มึงมา 'นะคะ' อะไรของมึง คิดว่าตัวเองน่ารักมากหรือไง?
【ถ้าอย่างนั้นข้าก็คือหลินจือซวี่แห่งโลกนี้?】
ระบบ 【ถูกต้องแล้วนะคะ】
หลินจือซวี่ยิ้มเจื่อน เฮอะ มึงยัง 'นะคะ' อีก
【เรื่องที่ไม่คาดฝันนี่พวกเจ้าเป็นคนก่อขึ้น ไม่มีการชดเชยอะไรให้ข้าเลยหรือ?】
ระบบ 【เรื่องเป็นเช่นนี้ค่ะ แม้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น แต่โฮสต์ก็ไม่ได้รับอันตราย ดังนั้นการชดเชยที่ระบบให้แก่โฮสต์คือการนำความทรงจำจากอีกโลกหนึ่งกลับมาที่โลกนี้ด้วย ทั้งยังส่งข้ามาช่วยเหลือโฮสต์อีกด้วย】
【เพียงดำเนินเนื้อเรื่องไปจนถึงบทอวสาน ระบบจะช่วยโฮสต์ให้รอดพ้นจากชะตากรรมแห่งความตาย โฮสต์ก็จะเป็นอิสระ】