ดวงตาของเซียวเหอเย่พลันมืดครึ้มลง
เขาลุกขึ้นยืน “ข้าไปดูเอง”
องค์รัชทายาทจ้องเขาเขม็ง
เซียวเหอเย่เดินไปยังข้างฉากกั้น แล้วชะโงกมองเข้าไปด้านใน
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนผลักฉากกั้นออก แล้วเบี่ยงกายให้องค์รัชทายาทมองเห็นชัดเจน
ภายในไม่มีผู้ใดอยู่เลย มีเพียงไข่มุกหนานจูเม็ดหนึ่งตกอยู่บนพื้น
เซียวเหอเย่ก้มตัวเก็บขึ้นมา แล้วเดินไปยื่นให้องค์รัชทายาท
“เมื่อไม่นานมานี้ไทเฮาประทานให้เป็นของเล่นแก่อันถัง เด็กคนนี้คงทำตกไว้ที่นี่กระมัง”
“เจ้าดีกับอันถังไม่น้อย น่าเสียดายที่ครองตัวเป็นโสดมานานถึงเพียงนี้ แล้วยัง...”
เซียวเหอเย่ตัดบทองค์รัชทายาท “พี่ใหญ่ เรื่องเหล่านี้เอาไว้ก่อนเถิด พูดถึงเรื่องห้ากองทหารรักษาเมืองก่อน หากข้าแย่งชิงตำแหน่งนี้ จะมีโอกาสชนะสักกี่ส่วน?”
องค์รัชทายาทมองเขาอย่างจริงจัง “คนของข้าจะช่วยเจ้า พรุ่งนี้ในท้องพระโรง เจ้ากับคนของอ๋องผิงก็ยื้อแย่งกันไปมา จนกว่าพระบิดาจะมีพระบัญชาให้เจ้ารับผิดชอบ”
เซียวเหอเย่ครุ่นคิด “ข้าจะแย่งชิงด้วยความสามารถของตนเอง แต่ไม่ปรารถนาจะอาศัยบารมีของแม่ทัพใหญ่เสินเช่อ เขาเคยรับธนูแทนข้า ข้าจะหากระดูกสักร่างมาแอบอ้างเป็นเขา แล้วรับเครื่องเซ่นสักการะได้อย่างไร”
องค์รัชทายาทนิ่งเงียบ มองเขาอยู่เนิ่นนาน ก่อนกล่าวว่า “เจ้ายังคงมีเมตตาเช่นเดิม เอาเถิด ทำตามที่เจ้าว่า”
นั่งอยู่ได้ไม่นาน องค์รัชทายาทก็เสด็จกลับ
สวี่จิ้งหยางซ่อนอยู่ในความมืด ได้ยินเสียงฝีเท้าขององค์รัชทายาทห่างออกไป
นางมิได้รีบร้อนขยับ แต่รอจนเซียวเหอเย่เปิดประตูตู้ จึงได้เห็นนางขดตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า
ดวงตาดำสนิทของเขาชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชาก็เผยรอยยิ้มบางเบา
“วิชาตัวเบาของเจ้าไม่เลว รู้จักหลบเข้ามาในนี้”