โยวโยวไม่สนใจสายตาที่จับจ้องอย่างมุ่งร้ายรอบด้าน นางเดินไปหยุดตรงหน้าเซี่ยชิงเยว่
เซี่ยชิงเยว่แหงนหน้าขึ้น จ้องนางอย่างเหม่อลอย
“อย่าพูด” โยวโยวหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมา แล้วป้อนใส่ปากเซี่ยชิงเยว่
เซี่ยชิงเยว่กลืนลงไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อโอสถลงสู่ท้อง เพียงพริบตาเดียว กระแสอุ่นสายหนึ่งก็ไหลเวียนไปทั่วร่าง ความรู้สึกค่อย ๆ กลับคืนสู่ร่างกายที่เจ็บจนชา
เลือดบริเวณหน้าท้องและแผ่นหลังหยุดไหล บาดแผลลึกจนเห็นกระดูกเหล่านั้นเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ภาพอัศจรรย์เช่นนี้ปรากฏขึ้นต่อหน้า เหล่าศิษย์ตระกูลเซี่ยรอบด้านต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
นี่มันโอสถวิเศษอันใด ถึงกับรักษาบาดแผลบนร่างเซี่ยชิงเยว่ให้หายได้ในพริบตา!
เด็กน้อยผู้นี้มีที่มาเช่นไร?
เซี่ยชิงเยว่เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “ขะ...ขอบคุณ...”
ความปรารถนาดีที่มาอย่างกะทันหันทำให้นางทำตัวไม่ถูก
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาจากคนที่นางไม่รู้จักแม้แต่น้อย
โยวโยวลูบศีรษะเซี่ยชิงเยว่เบา ๆ “คนครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องขอบคุณหรอก”
“เจ้าเป็นใคร!” เสียงเย็นเยียบของเด็กหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันกระบี่ยาวในมือก็ชี้ไปทางโยวโยว
เซี่ยจ้วงจ้วงยกมือขึ้น กล่าวเสียงอ่อยว่า “นางคือท่านย่าทวด เป็นท่านย่าทวดของตระกูลเซี่ย พาข้ากลับมาแล้ว”
“เหลวไหล!” ทันทีที่เซี่ยจ้วงจ้วงพูดจบ เด็กหนุ่มก็โต้กลับ “แมวหมาที่ไหนก็กล้าแอบอ้างเป็นท่านย่าทวดของตระกูลเซี่ยเราได้หรือ เซี่ยจ้วงจ้วง สมองเจ้าถูกลาเตะมาหรือไร!”
เหล่าศิษย์ตระกูลเซี่ยที่ได้สติกลับมา ต่างมองเซี่ยจ้วงจ้วงราวกับมองคนโง่
“ล้อเล่นหรือ ท่านย่าทวดหายสาบสูญไปตั้ง 100 ปีแล้ว ต่อให้นางยังมีชีวิตอยู่ ก็ควรมีอายุรุ่นเดียวกับผู้อาวุโสประจำตระกูล จะเป็นเด็กสี่ขวบตรงหน้าได้อย่างไร”
“นั่นสิ ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา มีคนแอบอ้างเป็นท่านย่าทวดตั้งกี่คน คิดจะแทรกซึมเข้าตระกูลเซี่ยของเรา ล้วนถูกบรรพชนใช้ไม้กระบองฟาดไล่ออกไปทั้งนั้น ไม่นึกว่าจะมีคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงโผล่มาอีกคน”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าศิษย์ตระกูลเซี่ยทำให้สีหน้าเด็กหนุ่มยิ่งหม่นคล้ำ เขาตวาดใส่เซี่ยจ้วงจ้วง “เซี่ยจ้วงจ้วง มานี่ อย่ามาทำให้ขายหน้า!”
ทว่าเซี่ยจ้วงจ้วงกลับยืนกรานปกป้องโยวโยวอยู่เบื้องหน้า เชิดคอขึ้นกล่าวว่า “คราวนี้ไม่ผิดแน่ นางคือท่านย่าทวด ท่านย่าทวดช่วยข้าจากเงื้อมมือตระกูลฉิน ไม่อย่างนั้นข้าคงถูกตีตายไปแล้ว!”
เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว จับใจความสำคัญจากคำพูดของเขาได้ “เจ้าถูกคนตระกูลฉินตีหรือ?”
เซี่ยจ้วงจ้วงชูใบหน้าบวมเป่ง มีรอยเขียวช้ำปะปนสีม่วงให้ดู “ฉินอวี้เฟิงเป็นคนตี!”
“เจ้าไปก่อเรื่องข้างนอกอีกแล้วใช่หรือไม่?” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วแน่นขึ้น
เซี่ยจ้วงจ้วงร้องโอดครวญ “ข้าถูกใส่ร้าย! คนตระกูลฉินตีข้า จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ? ครั้งไหนบ้างที่พวกเขาไม่เห็นหน้าข้าแล้วลงมือ เพียงเพราะข้าแซ่เซี่ย ฮือ ๆ ๆ!”
พูดถึงตอนท้าย เซี่ยจ้วงจ้วงก็ร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
เสียงร้องไห้ของเขาทำให้เด็กหนุ่มปวดหัว “เรื่องของเจ้าไว้ก่อน”
เขาส่งสายตาให้เหล่าศิษย์ตระกูลเซี่ยรอบด้าน พวกเขาพลันเข้ามาหิ้วปีกเซี่ยจ้วงจ้วงไปไว้ข้าง ๆ คนละข้าง
“อย่าสร้างปัญหาให้ประมุขน้อย!”
เซี่ยจ้วงจ้วงดิ้นรนสุดแรง ราวกับหมูที่จะถูกเชือดในวันปีใหม่ จับเท่าไรก็ไม่อยู่ “ปล่อยข้า ข้าจะปกป้องท่านย่าทวด ใครก็ทำร้ายท่านย่าทวดไม่ได้!”
ศิษย์คนหนึ่งดึงแขนเสื้อของตนออกมา ขยำเป็นก้อนแล้วยัดปากเซี่ยจ้วงจ้วง ในที่สุดโลกก็สงบเสียที
โยวโยวจ้องกระบี่ที่ชี้มาทางตน
นางเกลียดการถูกชี้หน้าเช่นนี้
มือน้อยอวบอูมวางลงบนกระบี่ “พัง!”
“ปัง!”
เสียงแตกดังกร๊อบ กระบี่ในมือเด็กหนุ่มแตกกระจายเป็นสี่เสี่ยง
ชั่วขณะนั้น รอบด้านเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก เหล่าศิษย์ตระกูลเซี่ยเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิม
กระบี่วิญญาณระดับกลางของประมุขน้อยถูกทำลายเช่นนี้หรือ?
นี่คือกระบี่วิญญาณระดับกลางเชียวนะ เด็กหญิงตัวน้อยเพียงวางมือลง กระบี่ก็แตกสลายแล้ว?!
เด็กหนุ่มเองก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึง ในชั่วขณะที่กระบี่วิญญาณถูกทำลาย แขนทั้งข้างของเขาพลันชาดิก สั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม
หัวใจของเขาดิ่งวูบลงสู่ก้นเหว
ที่มาของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“แท้จริงเจ้าเป็นใคร! ตระกูลเซี่ยมิใช่ที่ให้เจ้ามาก่อเรื่อง!”
เด็กหนุ่มซ่อนแขนที่ยังสั่นไว้ด้านหลัง แล้วเอ่ยถามเสียงเย็น
“เจ้าน่ารำคาญยิ่ง” โยวโยวไม่ชอบคนตรงหน้า พอสัมผัสได้ว่ายังมีสายสัมพันธ์ทางสายเลือดเชื่อมโยงระหว่างนางกับเขา ก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
เจ้าคนโง่เง่าและเลวทรามเช่นนี้ ไฉนจึงเป็นญาติของราชาโยวโยวได้
โยวโยวไม่ยอมรับเขาเด็ดขาด!
โยวโยวหันหลังให้ ไม่สนใจเด็กหนุ่มที่กำลังเดือดดาล แล้วนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเซี่ยชิงเยว่
“พี่สาว เจ้าชื่ออะไรหรือ?”
เซี่ยชิงเยว่มองโยวโยวตรงหน้า จู่ ๆ ก็รู้สึกสนิทสนมขึ้นมาอย่างประหลาด “เซี่ยชิงเยว่ ข้าชื่อเซี่ยชิงเยว่”
“พี่สาวถูกกลั่นแกล้งมามากใช่หรือไม่?” ผ่านสายสัมพันธ์ทางสายเลือด โยวโยวสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความคับข้องใจในใจเซี่ยชิงเยว่ ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาด หัวใจของนางพลอยอึดอัดพองคับตามไปด้วย
เป็นเพียงคำถามสั้น ๆ จากเด็กน้อยไร้เดียงสา แต่กลับทำให้เซี่ยชิงเยว่หลั่งน้ำตา
หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินลงมา กระทบพื้นจนกระเซ็นเป็นละออง
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมองเห็นความคับข้องใจของนาง
โยวโยวทำอะไรไม่ถูก จึงใช้มือน้อยเช็ดน้ำตาให้เซี่ยชิงเยว่ “พี่สาว เป็นอะไรไป? อย่าร้องไห้ อย่าร้อง โยวโยวจะทวงความเป็นธรรมให้เจ้าเอง”
นางหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยังยืนตระหง่านอยู่ใต้ชายคาประตู กำกิ่งไม้ในมือแน่น “เจ้านั่นแหละที่รังแกพี่สาว จงขอโทษนาง!”
“เหลวไหล! เซี่ยชิงเยว่ทำเรื่องเลวร้ายไว้สารพัด บัดนี้ยังมาทำตัวน่าสงสารอีก คนที่ควรน้อยใจคือฉา ๆ ต่างหาก ฉา ๆ ถูกนางทำร้ายจนล้มหมอนนอนเสื่อ!” แววอำมหิตวาบผ่านดวงตาเด็กหนุ่มยามมองเซี่ยชิงเยว่
เก่งแต่แสร้งทำตัวน่าสงสาร เรียกร้องความเห็นใจ!
เขาไม่น่ามีใจเมตตาชั่ววูบ เพียงขับนางออกจากตระกูลเลย
ควรควักกระดูกเสียงกับรากวิญญาณของนางมอบให้ฉา ๆ แล้วสังหารนางเสียทันที
เมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่เด็กหนุ่มมีต่อเซี่ยชิงเยว่ โยวโยวก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ
นางคลายมือจากกิ่งไม้ “ไป!”
กิ่งไม้พุ่งทะยานออกไปตรงเข้าใส่เด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงอันตราย จึงหันหลังวิ่งหนีโดยไม่ลังเล
แต่กิ่งไม้รวดเร็วยิ่งกว่า ฟาดลงบนบั้นท้ายเขาอย่างแรง ส่งเสียง “เพี๊ยะ!” ดังสนั่น
เด็กหนุ่มเจ็บจนร้องลั่น ทว่าความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้กับความอัปยศอดสูทางใจ
เซี่ยชิงเหยียนเติบโตมาจนอายุป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนตีบั้นท้าย
“บุรุษฆ่าได้หยามมิได้! ข้าคือประมุขน้อยเซี่ยชิงเหยียนแห่งตระกูลเซี่ย วันนี้เจ้าทำกับข้าเช่นนี้ ตระกูลเซี่ยไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!”
สิ่งที่ตอบกลับเขาคือเสียงเพี๊ยะ ๆ สองครั้ง กิ่งไม้ฟาดลงบนบั้นท้ายเขาอีกสองหน
เซี่ยชิงเหยียนรู้สึกราวกับบั้นท้ายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย!”
เขาร้องโหยหวนพลางวิ่งหนี กิ่งไม้ไล่ตามไม่ลดละราวกับกำลังต้อนลา คอยฟาดบั้นท้ายเขาเป็นระยะ
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหล่าศิษย์ตระกูลเซี่ยที่ยืนมุงอยู่ก็ตัดสินใจลากเซี่ยจ้วงจ้วงเข้าไปในจวนด้วย
คนที่วิ่งรั้งท้ายยังไม่ลืมปิดประตูด้านข้างเสียงดังสนั่น
“ประมุข เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีคนมาหาเรื่องตระกูลเซี่ย สงสัยจะเป็นพวกเดียวกับคุณหนูสี่ ตระกูลเซี่ยตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”
“ผู้อาวุโสประจำตระกูล ช่วยด้วย! มีคนบุกโจมตีตระกูลเซี่ยแล้ว!”
ทันทีที่ประตูปิดลง เสียงร้องโหยหวนราวฟ้าถล่มก็ดังมาจากหลังประตู กึกก้องจนหูแทบดับ
โยวโยว “ใครโจมตีตระกูลเซี่ยหรือ? ข้าเองหรือ?”
