ถังอีโยวเม้มริมฝีปาก นี่คือคำพูดที่เขาเคยพูดในห้องเรียนวันนั้น แต่ตอนนี้เธอกลับพูดคืนให้เขา
ทว่าตอนนี้จิตใจของเขาไม่เหมือนเดิม เขาคิดว่าตัวเองควรมี และจำเป็นต้องมีความกล้าหาญ
เมื่อมองใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ถังอีโยวก็พูดออกมาแทบจะทันทีว่า “อันจิ่ว ผมจะปกป้องคุณ”
“คุณโกหก” ทว่าเธอกลับไม่แม้แต่จะมองเขา ดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด
ถังอีโยวไม่คาดคิดเลยว่า คำสัญญาที่แทบทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน จะถูกเธอปฏิเสธอย่างง่ายดายเช่นนี้
ริมฝีปากของเขาขยับ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า ดวงตาของถังอีโยวเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
โกหกหรือ? เปล่าเลย
ถึงคำพูดนั้นจะหลุดปากออกมา แต่ในใจเขากลับเฝ้าคิดถึงมันมานานแล้ว
แต่พอเธอพูดแบบนี้ ถังอีโยวก็ได้แต่สงสัยว่าการถอยหนีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาทำให้เธอไม่เชื่อใจอีกต่อไป จนถึงกับพูดอะไรไม่ออก
แต่ในจังหวะนั้นเอง อันจิ่วก็หันกลับมา เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกับหิมะบนพื้นราวกับกำลังเสียดสีหัวใจของถังอีโยวไปด้วย
ระยะห่างระหว่างพวกเขาใกล้มาก ปลายจมูกของเธอแทบจะแตะปลายจมูกของเขาอยู่แล้ว
หัวใจของถังอีโยวพลันเต้นรัว
วินาทีถัดมา จูบแผ่วเบาราวกับผีเสื้อโบยบินก็ประทับลงบนปลายจมูกของเขา
ลมหายใจอ่อนโยนของเธอแนบเข้ามาใกล้ แทบจะโอบล้อมเขาไว้ทั้งตัว สมองของถังอีโยวมึนงงไปหมด ไม่รู้ว่านี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่
เมื่อกี้เพิ่งตกนรก ทำไมถึงขึ้นสวรรค์อีกแล้วล่ะ
มีเสียงเบา ๆ ดังขึ้นข้างตัว ถังอีโยวกะพริบตาอีกครั้ง อันจิ่วก็ลุกขึ้นยืนแล้ว
เธอมองเขาจากเบื้องบน “ดึกแล้ว ฉันยังต้องเอาสมุดจดแสนใส่ใจของรุ่นพี่ไปให้ส้มซ่าส์ ฉันไปก่อนนะ”
